Latest Posts

จะเป็นอย่างไร ถ้าเราสามารถป้องกันผู้สูงอายุที่กำลังจะล้มได้ทันเวลา

เรื่องของสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เนื่องจากสภาพร่างกายที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพลง เมื่อเกิดความผิดปกติ หรือความเสียหายใด ๆ ขึ้น ก็ยากที่จะสามารถรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนปกติได้ ซึ่งเราสามารถดูแลสภาพร่างกายได้ โดยการให้ผู้สูงอายุทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ กิจกรรมเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อสภาพร่างกายของผู้สูงอายุอย่างมาก เป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ก็มี เช่น การเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เราไม่สามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้ว่าผู้สูงอายุจะเกิดอุบัติเหตุ จริงอยู่ที่เราอาจจะพอควบคุมได้บ้าง แต่ไม่ได้เสมอไปแน่นอน ส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุคือการล้ม ถือเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก เนื่องจากการล้มครั้งนึงของผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงอย่างมากที่อวัยวะหลายส่วนจะเสียหายอย่างหนัก

มีเครื่องมือมากมายที่ถูกผลิตออกมาเพื่อช่วยไม่ให้ผู้สูงอายุล้ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยพยุง หรือไม้ค้ำต่าง ๆ ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัว แต่แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าผู้สูงอายุจะไม่ล้ม และยังไม่มีอุปกรณ์ไหนที่จะสามารถป้องกันผู้สูงอายุเมื่อล้มลงไปแล้วได้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจมาก ถ้ามีอุปกรณ์ที่สามารถเซฟผู้สูงอายุเมื่อพวกท่านล้มลงไป แล้วป้องกันอวัยวะสำคัญ และลดแรงกระแทกต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ สามารถให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้มอีกต่อไป

Hip’s safe เข็มขัดนิรภัย ป้องกันการล้ม
เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ กับอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันผู้สูงอายุจากการหกล้ม ชื่อว่า Hip’s safe ลักษณะเป็นเข็มขัดที่คล้องรอบเอวของผู้สูงอายุไว้ โดยมีกลไกในการทำงานคือเมื่อเข็มขัดนี้ห่างจากพื้นประมาณ 400 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยกำลังล้ม และร่างกำลังจะกระแทกพื้น เข็มขัดจะทำงานโดยการดีด airbag ออกมาเป็นคลุมทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังของผู้สูงอายุก่อนที่จะกระแทกกับพื้น เพื่อป้องกันส่วนเอว และลดแรงกระแทกที่จะเกิดกับผู้สูงอายุ

ตัวเครื่องที่ยิง airbag ออกมาสามารถชาร์จไฟแล้วอยู่ได้ถึง 7 วัน สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ โดยการเอาพับ airbag ที่ดีดออกมา และใส่กลับเข้าไปใส่ในตัวเครื่องเพื่อใช้งานได้ จนกว่า airbag จะเสื่อมหรือแตกไป รวมไปถึงการออกแบบที่เรียบง่าย และสวมใส่ได้สบาย ๆ เหมาะกับผู้ป่วยทุกรูปร่าง ทุกอย่างถูกพิสูจน์ด้วยการทดลอง โดยการจำลองการล้มของผู้ป่วย ผลที่ได้คือสามารถใช้งานได้จริง ปล่อย airbag ได้ทันเวลา  รวมไปถึงการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
และคำนวนจากทีมผู้ผลิตที่ทำการวิจัยมาเป็นเวลากว่า 10 ปี
สำหรับใครที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านที่ยังสามารถเดินได้อยู่ และไม่ได้มีเวลาอยู่บ้านดูแลพวกท่านได้ตลอดเวลา สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนร่างกายได้รับบาดเจ็บด้วยการใช้ Hip’s safe เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้สูงอายุในครอบครัว

 

การสื่อสารไร้พรมแดน กับเครื่องแปลภาษาแบบ real-time อาวุธสำหรับเดินทางต่างแดน

                ภาษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้คนเราไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง แต่ละประเทศก็มีภาษาของตัวเอง หรืออาจจะใช้เหมือนกับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ แม้กระทั่งในประเทศเดียวกันเอง ยังมีบางพื้นที่ที่ใช้ภาษาของตัวเอง เหล่านี้เป็นเหมือนเส้นบาง ๆ ที่ทำให้คนต่างถิ่นไม่สามารถสื่อสารกันได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเดินทางไปต่างแดนและต้องขอความช่วยเหลือบางอย่าง แต่ไม่สามารถพูดกับใครได้เลย อาจจะมีหลายเสียงที่บอกว่าก่อนที่จะไปต่างแดน ควรศึกษาภาษาของประเทศที่จะไป หรือมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ในความจริงคือภาษาไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเข้าใจหรือสื่อสารได้เพียงไม่กี่วัน จำเป็นต้องใช้การเข้าใจในหลักการ การออกเสียง หรือความหมายต่าง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นบางประเทศก็ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ทุกครั้ง มีประเทศที่ไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ และเลือกที่จะใช้แต่ภาษาบ้านเกิดของตัวเอง จึงทำให้มีบริษัทมากมายพยายามที่แก้ไข้ปัญหานี้ โดยการทำ Dictionary ออนไลน์บนสมาร์ทโฟน หรือตัว translate ภาษาต่าง ๆ ขึ้นมา แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย แต่ตอนนี้ก็มีการพัฒนาขึ้นไปจนเรียกได้ว่าการทำงานค่อนข้างเสถียร ความหมายถูกต้อง และใช้เวลาไม่นานในการแปล จนออกมาเป็นสินค้ามากมายจากหลายแบรนด์

ความสามารถของวุ้นแปลภาษาในยุค 4.0

                แน่นอนว่าเครื่องแปลภาษาในปัจจุบันนั้น ประโยชน์หลักของมันคือการแปลภาษาให้คนที่ใช้ภาษาต่างกันเข้าใจกันได้ แต่ก็มีฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์และทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ touch screen เพื่อให้การตั้งค่าต่าง ๆ ง่ายขึ้น สามารถอ่านข้อมูลต่าง ๆ ผ่าน SD Card ได้ แสดงผลเป็นรูปภาพ หรือวีดีโอได้ บางรุ่นสามารถใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต การแปลเสียงที่ถูกบันทึกไว้แล้ว สำหรับคนที่มีไฟล์เสียงที่อัดมา ก็สามารถนำไฟล์เสียงนั้นเข้าเครื่องให้เครื่องช่วยแปลได้ การค้นหารูปภาพ เนื่องจากบางเครื่องมีจำนวนภาษาที่จำกัดอยู่ แต่เราสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการได้ ตัวเครื่องจะทำการแสดงผลที่เราค้นหาออกมาเป็นรูปภาพได้ แต่ในทางกลับกัน บางเครื่องมีความสามารถที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่ที่นอกเหนือจากระบบที่ตัวเองมีได้เลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ดีและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การจะวัดดวงไปต่างประเทศโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องภาษาที่สามารถใช้สื่อสารได้นั้น การมีเครื่องแปลภาษาแบบนี้สามารถช่วยได้อย่างมาก แต่เราก็ควรจะคำนึงสิ่งที่เราจะใช้งานจริงด้วย เนื่องจากยิ่งตัวเครื่องสามารถทำอะไรได้มากเท่าไร ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น เราจึงต้องพิจารณาว่าอันไหนเหมาะกับจุดประสงค์ของเราที่สุด แล้วเราก็จะได้เครื่องแปลภาษาที่มีประโยชน์กับเราจริง ๆ และราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจอีกด้วย

 

ประโยชน์เน้น ๆ จากการใช้บริการธนาคารบนมือถือ

จากที่ผ่านมาเราคงได้ยินข่าวการประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม จากบรรดาธนาคารแต่ละแห่งในบ้านเรา ที่ไม่ว่าลูกค้าผู้มีบัญชี จะโอน จ่าย ถอน หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็เห็นจะหายห่วงเรื่องค่าธรรมเนียมจุกจิกไปได้เลย นอกจากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ แล้ว ก็ยังแสดงให้เห็นได้อีกว่า การแข่งขันบนตลาดนี้ก็สูงด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นตัวบอกความนิยมถึงการใช้งานธนาคารบนมือถือมากขึ้น อย่างนั้นวันนี้เราลองมาดูว่าทำไมใครที่ยังไม่ได้ใช้บริการธนาคารบนมือถือ จึงไม่ควรที่จะพลาดประโยชน์ดี ๆ ที่เรานำมาฝากกัน

ความปลอดภัยที่คุณวางใจได้

อย่างที่เรารู้กันว่าการพกเงินสดติดตัวของเรานั้น เป็นหนึ่งเรื่องที่ทำให้ชีวิตมีความเสี่ยงมากขึ้น ยิ่งใครที่พกเงินเยอะ ๆ เดินไปไหนมาไหนนี่ก็ต้องมีกังวลกันบ้างล่ะ ซึ่งการใช้บริการธนาคารบนมือถือสมาร์ทโฟน หรือการไม่ใช้เงินสดในแต่ละวันเลย จะช่วยให้ชีวิตและเงินของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะเราสามารถที่จะจ่าย ทำรายการทางการเงินต่าง ๆ ได้โดยใช้เพียงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเท่านั้น นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้จะทำอะไรก็สบาย ไม่ต้องพกเงินสดให้หนักกระเป๋าอีกต่อไป

สิทธิพิเศษที่คาดไม่ถึง

ด้วยการแข่งขันในตลาดที่สูงของแต่ละธนาคาร ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นั้น มีตัวเลือกการใช้งานที่มากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่บรรดาธนาคารแห่งต่าง ๆ จะต้องงัดเอามาใช้เพื่อดึงลูกค้าและทำการตลาดก็คือ โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากว่าเราใช้จ่ายเงินด้วยแอปพลิเคชัน ก็จะสามารถได้รับสิทธิพิเศษและส่วนลด ที่ถ้ารวม ๆ กันแล้ว เป็นเงินที่ประหยัดได้ไม่น้อยเลยเหมือนกันนะ แถมในนั้นยังมีของฟรีที่ธนาคารดีลไว้กับลูกค้าเยอะแยะ ให้เราได้ใช้สิทธิอีกด้วย

ความสะดวกรวดเร็วที่ง่ายกว่าเดิม

เรียกได้ว่าในหนึ่งแอปพลิเคชันบริการธนาคารออนไลน์นั้น ได้รวบรวมเอาทุก ๆ บริการที่ธนาคารมี เอาไว้ให้เราได้ใช้งานเสมือนกับว่าเราพกธนาคารไปกับเราได้ทุกที่จริง ๆ เพราะถ้าใครที่ได้ลองเข้าไปใช้งานแอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์แบบจริงจัง ก็จะเห็นได้ถึงประโยชน์และฟังก์ชันบริการ ที่ครบวงจรจริง ๆ ยิ่งในกรณีของพ่อค้าแม่ค้า (และลูกค้า) อย่างเรา การใช้ธนาคารออนไลน์บนมือถือนั้น ทำให้การซื้อขายของผ่านระบบออนไลน์กลายเป็นเรื่องง่าย จ่ายเงินไว รับของเร็ว สบาย ๆ เลย

ได้เห็นประโยชน์ที่ดีต่อการใช้ชีวิต และการใช้จ่ายเงินของเราอย่างนี้แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปเปิดบริการใช้งานธนาคารออนไลน์บนมือถือ เห็นที่ก็คงต้องรีบกันหน่อยแล้ว จะได้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ดี ๆ และความสะดวกสบายยังไงล่ะ

 

ทำไมเราจึงต้องให้ความสำคัญกับอีเมล์

ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร และเทคโนโลยีบนคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ก็จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องที่ต้องใช้อีเมล์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เพราะทุกกิจกรรมออนไลน์ สมัครแอปไหน หรือเปิดบริการอะไร ก็จะต้องมีการใช้อีเมล์ของเรา เพื่อยืนยันตัวตนทุกครั้งไป ซึ่งนั้นคือสิ่งที่ยืนยันได้เลยถึงความสำคัญของอีเมล์ ที่เราใช้กันมานานตั้งแต่ไหนแต่ไร และเพื่อให้มองเห็นถึงความสำคัญของอีเมล์ที่เป็นมากกว่า User กับ Password ที่เราต้องจำแล้ว ลองมาดูเรื่องราวดี ๆ ที่เรานำมาฝากกัน

อีเมล์คือความปลอดภัยที่เราไว้ใจได้เสมอ

อย่างที่เราบอกไปในข้างต้น ว่าเรามักจะต้องใช้อีเมล์เพื่อยืนยันตัวตนในการสมัครและใช้บริการต่าง ๆ นั่นคือหนึ่งความปลอดภัยทางเทคโนโลยี ที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันหรือบริการอื่น ๆ รวมไปถึงผู้ใช้งานอย่างเราจะต้องให้ความสำคัญ เพราะทุกวันนี้ด้วยความกว้างไกลและรวดเร็วของการสื่อสาร ทำให้คนสามารถเข้าถึงกันได้ง่าย แน่นอนว่าก็ย่อมที่จะมีเรื่องของพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย การเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ โดยผ่านตัวกลางผู้ให้บริการอีเมล์แอดเดรส ถือเป็นหนึ่งด่านรักษาความปลอดภัย ที่ทุกคนสามารถไว้วางใจถึงการรักษาความลับของผู้ใช้อย่างเรา

การติดต่อ ทำงาน อีเมล์คือสิ่งที่เชื่อถือได้มากที่สุด

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ในการทำงานของเรานั้นก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาทดแทนการติดต่อสื่อสารด้วยอีเมล์ได้ ถึงแม้ว่าใรตอนนี้จะมีการสื่อสาร ส่งข้อความ ออกมาหลากหลายรูปแบบ ที่สะดวกสบายและรวดเร็วมากกว่าการเขียนอีเมล์เป็นไม่รู้กี่เท่า แต่เชื่อไหมว่าถ้าหากคุณอยากจะติดต่ออะไรที่เป็นเรื่องงานหรือเรื่องจริงจัง ทุกวันนี้ก็ยังจำเป็นจะต้องส่งเป็นอีเมล์ให้คน ๆ นั้นอยู่ เพราะทั้งความน่าเชื่อถือ และรูปแบบที่เป็นมาตรฐานของอีเมล์นั่นเอง

การรับส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถส่งไฟล์รูปภาพ เสียง คลิปวิดีโอที่มีขนาดใหญ่ผ่านทางผู้ให้บริการรายอื่นได้ แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าต้องการที่จะส่งไฟล์เอกสาร รูปภาพ ที่สำคัญจริง ๆ การแนบไฟล์ผ่านทางอีเมล์คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะสามารถทำได้ง่ายแล้ว ทั้งขนาดและคุณภาพของไฟล์ที่เราส่งไปนั้นก็จะยังคงเดิม เหมือนกับต้นฉบับที่เราส่งไปเลย โดยถ้าเป็นการส่งผ่านแอปพลิเคชั่นหรือช่องทางอื่น ไฟล์เหล่านั้นจะถูกลดขนาดลง และผู้รับก็ไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้ดีเท่าไรนักด้วย แถมยังมีอายุการโหลดที่จำกัดอีกต่างหาก

อีเมล์นั้นเป็นทั้งสิ่งที่มีประโยชน์ และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับการใช้ชีวิต และทำงานของเรามากเลยทีเดียว อย่างนั้นแล้วเราจึงควรที่จะให้ความสำคัญ และเลือกใช้งานอีเมล์ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ และคุณสมบัติของการใช้งานให้ดีด้วยนะ

 

ในการทำงานเราจำเป็นจะต้องรู้เทคโนโลยีมากขนาดไหน

สำหรับใคร ๆ ที่เพิ่งจะเรียบจบมาใหม่ หรือกำลังมองหางานประจำทำ นอกจากจะต้องเลือกสมัครงานที่ตรงกับสายที่เราเรียนมาและงานที่เราชอบแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยอยู่ก็คือว่า เราจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีมากขนาดไหน เพราะเรารู้กันดีว่ายุคนี้ถ้าใครที่ตามเทคโนโลยีหรือใช้ไม่เป็น ก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่พัฒนา แถมยังดูว่าจะเป็นการลดโอกาสได้งานของเราให้น้อยลงอีกด้วย และเพื่อความสบายใจของทุกคนเรามีไกด์ดี ๆ ในการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่จำเป็นกับการทำงานมากฝากกัน

โปรแกรมพื้นฐานต้องได้

ไม่ว่าใครถ้าคิดจะทำงานก็ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุณจะต้องรู้จักวิธีการใช้งานโปรแกรม Office พื้นฐาน และต้องใช้งานได้คล่องด้วย ทั้งโปรแกรม Word, Excel, Power Point นี่คือสามโปรแกรมการทำงาน Office ขั้นต้น ที่ไม่ว่าใครก็จำเป็นที่จะต้องใช้ให้เป็น ถึงแม้ว่างานที่คุณจะไปสมัครนั้นไม่ใช้งานที่จำต้องใช้โปรมแกรมพวกนี้เลยก็ตาม เพราะว่าเจ้าโปรแกรมทำงานนี้คือพื้นฐานขั้นต้นของโปรแกรมสำเร็จรูปหลาย ๆ อย่าง หรือเรียกได้ว่าถ้าคุณสามารถใช้โปรแกรมที่ว่ามานี้ได้คล่องแล้ว ต่อไปเจอโปรแกรมใหม่ ๆ ก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากเลย

อย่าลืมเรียนรู้โปรแกรมหรือเทคโนโลยีเฉพาะสายอาชีพเอาไว้ด้วย

เพราะงานแต่ละงาน อาชีพของแต่ละคนนั้นก็จะมีรูปแบบและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละสายงานก็จะมีโปรแกรมหรือเทคโนโลยีเฉพาะทางที่คนในสายงานนั้น ๆ นิยมใช้กัน อย่างเช่นในงานสายบัญชีหรือการเงิน ก็จะมีโปรแกรมสำหรับลงบัญชีและคิดคำนวนค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าใครมาทางนี้ก็จะต้องใช้เป็น หรือในสายงานอาร์ท ครีเอทีฟ ก็จะมีโปรแกรมออกแบบ ตัดต่อ ที่จำเป็นจะต้องใช้ ฉะนั้นแล้วถ้าใครที่มาทางสายอาชีพไหนแล้ว ยังไม่รู้จักใช้โปรแกรมหลัก ๆ เหล่านี้ก็ต้องรีบหาที่เรียนกันด่วน

อย่าปิดกั้นความรู้ให้อยู่แค่ที่เดิม แต่ควรจะศึกษาและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ

จริงอยู่ที่ว่าเฉพาะโปรแกรมหรือเทคโนโลยีที่เราได้บอกไปแล้วนั้น เพียงพอต่อการนำไปใช้สมัครงานและทำงานจริงแล้ว แต่เพื่อความก้าวหน้าและความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถที่มากกว่า การที่เรามีความรู้ในเรื่องของโปรแกรมและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มากกว่าจะช่วยให้เรามีโอกาสในการทำงานที่มากกว่าคู่แข่งด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างนั้นแล้วใครที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการทำงาน ก็อย่าลืมที่จะเรียนรู้และใช้งานเทคโนโลยีให้เป็นเอาไว้ด้วย ที่สำคัญก็อย่าลืมพัฒนาความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่เสมอด้วยนะ จะได้ไม่พลาดโอกาสดี ๆ ในการทำงานยังไงล่ะ

 

เมื่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายผสานเข้ากับเทคโนโลยี

ในช่วงเวลานี้คงไม่มีเทรนด์อะไรที่มาแรง และได้รับความนิยม มากไปกว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกายของคนในยุคนี้อีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ก็จะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันออกกำลังกาย รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และใส่ใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากวิธีการดูแลสุขภาพที่บอกไปนั้น รู้หรือไม่ว่าก็ยังได้มีการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการออกกำลังกายด้วย เรามาลองดูว่าประโยชน์ต่อสุขภาพจากเทคโนโลยีนั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย

จากที่เราจะเห็นได้ว่ามีคนที่นำเอาเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือตัววัดการใช้พลังงานของร่างกาย มาเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการออกกำลังกาย ซึ่งขอบอกเลยว่าถ้าหากคุณนั้นได้ลองใช้ดูบ้าง จะเห็นได้เลยว่าการนำเอาเทคโนโลยีการตรวจวัดอัตราต่าง ๆ เข้ามาใช้จะช่วยทำให้การออกกำลังกายของคุณประสบผลสำเร็จมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ก็จะรู้ได้ว่าใช้พลังงานไปเท่าไร ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการวางแผนดูแลตัวเองได้อีกด้วย

  1. เพิ่มความสุขในการออกกำลังกาย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไม่มีความสุข หรือไม่สนุกเวลาที่ออกกำลังกาย ก็เป็นเพราะว่าผลสำเร็จจากการออกกำลังนั้นต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างสนุกมากขึ้น อย่างเช่นการสร้างกลุ่มคนรักกีฬาประเภทเดียวกันบน Social Media หรือจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันออกกำลังเพื่อ Challenge ตัวเอง ก็จะทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการดูแลตัวเองได้มาก และไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

  1. เทคโนโลยีเป็นได้ทั้งโค้ชและหมอส่วนตัว

หากเราลองเข้าไปค้นหาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสุขภาพใน Store ดู ก็จะเห็นได้ว่ามีแอปมากมายที่เราสามารถโหลดมาใช้ได้แบบฟรี ๆ ซึ่งนอกจากจะนำมาใช้ในการออกกำลังกายให้ได้ผลดีแล้ว ก็ยังมีแอปที่สามารถช่วยให้การออกกำลังของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ด้วย แถมเรายังสามารถที่จะจดบันทึกข้อมูลสุขภาพลงไป แล้วให้โปรแกรมวิเคราะห์ได้ด้วย เรียกได้ว่าเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ก็เป็นไปทั้งโค้ชออกกำลังกายและคุณหมอส่วนตัวได้เลยนะเนี่ย

เพราะว่าการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสิ่งที่คนทุกคนควรให้ความสำคัญ แต่เพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้นกว่าเดิม การเลือกเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมไปกับสุขภาพ ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลตัวเองของเราดียิ่งขึ้น ว่าแล้วเราก็หยิบสมาร์ทโฟนของเราขึ้นมาแล้วไปออกกำลังกายกันเลยดีกว่า

 

ข้อสังเกตว่าคุณเป็นคนติดเทคโนโลยีมากแค่ไหน

ถ้าจะให้พูดกันจริง ๆ แล้ว จะถือได้ว่าการใช้ชีวิตของเราทุกวันนี้นั้น ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ทั้งการทำงาน ติดต่อสื่อสาร หรือความบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ หรือเรียกได้เลยว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไร ต่างก็ต้องใช้และพึ่งพาเทคโนโลยีไปเสียทั้งหมด ซึ่งสิ่งนั้นเองที่ทำให้เราอาจกลายมาเป็นคนที่ติดเทคโนโลยีได้ แต่ก่อนที่เราจะมาดูว่าเรานั้นเข้าขั้นติดการใช้งานเทคฯ มากแค่ไหน ลองมาดูผลเสียที่จะเกิดขึ้นกันก่อนเลย

ผลเสียถ้าหากว่าคุณติดการใช้งานเทคโนโลยีมากเกินไป

หากว่าเราใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากคนที่เป็นผู้ใช้ กลายมาเป็นคนที่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยีได้ ด้วยสาเหตุเพราะว่าเทคโนโลยีนั้น เป็นสิ่งที่มอบทั้งความสะดวกสบายและความรวดเร็วใจการใช้ชีวิต ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็สบายไปเสียทุกอย่าง จนทำให้เราติดความสบายมากจนเกินไป แน่นอนว่ายังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของตัวเราเองอีกด้วย นั่นหมายความว่าการใช้งานเทคโนโลยีให้พอดี คือสิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ ว่าแล้วก็ลองมาสำรวจดูกันว่าคุณนั้นเป็นคนที่ติดเทคโนโลยีมากแค่ไหนกันดีกว่า

ดูจากสิ่งแรกที่คุณทำหลังจากตื่นนอนใหม่ ๆ

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่พอตื่นนอนตอนเช้ามาแล้ว ก็จะต้องจับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมา เพื่อเข้าไปเช็คสถานะและความเคลื่อนไหวของ Feed ข่าวใน Social Media มากกว่าการลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์เพื่อดูข่าวจริง ๆ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังเข่าสู่การติดสื่อสังคมออนไลน์ระยะแรกแล้ว เพราะในการใช้ชีวิตแต่ละวันของคนเราสิ่งที่เราทำในตอนเช้าหลังตื่นนอน คือตัวบอกความสนใจในชีวิตได้เป็นอย่างดี

ในหนึ่งวันคุณอยู่ที่หน้าจอมากแค่ไหน

ลองไม่นับเวลาทำงานที่คุณจะต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน ให้คุณลองนับดูว่าเราใช้เวลาในหนึ่งวันไปกับการดูจอโทรศัพท์ หรือ Laptop มากแค่ไหน ถ้าคิดเป็นเวลาส่วนใหญ่ใน 24 ชั่วโมงได้ นั่นก็แสดงว่าคุณติดอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินไป ต่อให้คุณจะใช้มันเพื่อทำอะไรก็ตาม ทางที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพ และปัญหาต่อดวงตาที่ตามมา ก็ลองลดเวลาให้น้อยลงมากกว่านี้ แล้วออกไปข้างนอกหาอะไรทำเพื่อตัวเอง ก็น่าจะดีไม่น้อยเลยนะ

เป็น Check List ที่คุณจะต้องรีบนำไปใช้ตรวจสอบตัวเองกัน ถ้าหากใครมีสักข้อสองข้องนี่ก็ต้องรีบแก้ไขตัวเองกันอย่างด่วนที่สุดเลยนะ จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาสุขภาพตามมาในอนาคต แถมยังช่วยให้เราอยู่อย่างมีความสุขและรักตัวเองได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย รู้แล้วก็รีบทำด้วยนะ

 

เคล็ดไม่ลับ กับการใช้มือถือให้คุ้มค่ามากที่สุด

เราเชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ จะต้องมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน และจากการสำรวจเจ้าของโทรศัพท์ ส่วนใหญ่จะใช้มือถือกันไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไร หรือหมายความว่าเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นใช้มือได้กันทุกวันนี้ได้เพียงไม่เกิน 60% ของความสามารถของสมาร์ทโฟน

อย่างนั้นแล้ววันนี้เรามาลองดูวิธีการใช้มือถือให้คุ้มแบบเต็มร้อยไปพร้อม ๆ กันเลย

ศึกษาเรื่องของการ Setting ให้เข้าใจ

สมาร์ทโฟนแต่ละค่ายก็จะมีระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าหากว่าเราได้ซื้อโทรศัพท์มาแล้ว ก็อย่าลืมที่จะทำการศึกษาระบบการทำงาน รวมไปถึงวิธีการตั้งค่า จัดการฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูลในตัวเครื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลก็สามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของโทรศัพท์ดีขึ้นด้วย และเชื่อหรือไม่ว่า ถ้าเราเก่งในเรื่อง Setting นี้แล้วล่ะก็ เราจะไม่เจอปัญหาจุกจิกในการใช้งานสมาร์ทโฟนอีกต่อไป

ลองเข้าไปดูใน Store ให้ทั่ว ๆ ครบทุกหมวด

เจ้าของสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่นั้น เวลาที่ตัวเองจะโหลดแอปพลิเคชันอะไรเข้าเครื่อง ก็มักจะดูตามที่คนอื่นใช้กัน หรือไม่ก็เป็นแอปฯ มาตรฐานทั่วไปที่ไม่ว่าใคร ๆ เขาก็ใช้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดที่เราจะมีแอปฯ แค่นี้ แต่เพื่อการใช้งานสมาร์ทโฟนให้คุ้มแบบสุด ๆ เราอยากจะให้คุณเจ้าของโทรศัพท์ได้ลองเข้าไปดูใน App Store ในแต่ละหมวดแบบทั่วถึง ให้ลองนึกภาพ App Store เป็นตลาดนัดดู ถ้าเราดูเดินดูของให้ทั่วทุกซอก ทุกมุม ก็จะต้องเจอของดีที่ถูกใจได้อย่างแน่นอน และจะทำให้เราสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้เต็มร้อยมากขึ้นอีกด้วย

แอปพลิเคชั่นพื้นฐานในเครื่องมีดีมากกว่าที่คิด

ปกติเวลาที่เราได้สมาร์ทโฟนมาใหม่ ๆ ก็จะต้องคิดว่าจะโหลดแอปฯ นู่นนี่นั่นมาใช้งาน แต่ก่อนที่จะทำอย่างนั้นให้ลองดูที่สมาร์ทโฟนของเราเองให้ดีก่อน ว่ามีแอปฯ พื้นฐานอะไรที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องแล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแอปการจัดการไฟล์ ถ่ายรูป จดบันทึก ซึ่งเจ้าแอปพลิเคชันพวกนี้นั้น เป็นแอปฯ ซึ่งพัฒนาโดยแบรนด์สมาร์ทโฟนของเราเอง ซึ่งรับประกันถึงคุณภาพได้เลยว่าจะต้องใช้งานได้ดีมาก ๆ อย่างแน่นอน อย่างนั้นแล้วก่อนไปหาโหลดอะไรมาใช้ให้เปลืองพื้นที่เครื่อง ก็อย่าลืมดูให้ดีก่อนว่าสมาร์ทโฟนเราเองมีแอปฯ อะไรแบบที่เราอย่างใช้อยู่แล้วหรือเปล่า
หากคุณเจ้าของสมาร์ทโฟนได้ลองทำตามที่เราบอกมาแล้ว รับรองได้เลยว่าเราจะสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้เกินกว่าที่เคยทำใช้ได้อย่างมากเลยล่ะ และถ้าหากว่าจะยิ่งให้เราสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้คุ้มมากขึ้นไปอีก ก็ลองหาดูอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซื้อมาใช้งานกับโทรศัพท์เพิ่มด้วยก็ได้นะ

 

รู้หรือไม่ว่าสมาร์ทโฟนก็สามารถทำเงินให้เราได้

สำหรับทุกวันนี้แล้วเรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนที่เรามีอยู่แทบจะทำทุกอย่างได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูป อัดวิดีโอ แต่งภาพ ใช้ทำงาน ส่งข้อความ ติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงเป็นเครื่องสร้างความบันเทิงได้อีกหลายรูปแบบ เหมือนกับเป็นอุปกรณ์ที่ครอบคลุมทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราได้เลย แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะทำเงินได้จากสมาร์ทโฟนที่เราถืออยู่ในมือนี้ได้ และขอบอกเลยว่ารายได้นั้นไม่ใช่น้อย ๆ เลย ถ้าเป็นอย่างนั้นเราลองมาดูวิธีทำเงินจากสมาร์ทโฟนกันเลยดีกว่า

ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปขายรายได้

คงไม่ต้องอธิบายถึงสุดยอดความสามารถของกล้อง ที่ติดมากับสมาร์ทโฟนทุกวันนี้ให้ยากเย็นอะไร เพราะคุณภาพของรูปและวิดีโอที่ถ่ายมานั้น เรียกได้ว่าความคมชัดเข้าขั้นระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ และรู้หรือเปล่าว่า เราสามารถขายภาพที่เราถ่ายไปนั้นบนอินเทอร์เน็ตได้ด้วยนะ เพราะมีช่างภาพหลายคนที่ถ่ายรูปแล้วอัพโหลดผ่านแอปฯ ขายรูปผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยที่หนึ่งภาพนั้นเราสามารถขายได้เรื่อย ๆ ตลอดเวลา และขอบอกว่ารายได้งามไม่ใช่เล่นเลย

งาน Freelance รายได้ดีมีให้ทำเพียบ

Freelance ถือได้ว่าเป็นหนึ่งอาชีพที่กำลังมาแรง และได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ในยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากรายได้จะค่อนข้างโอเคเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว งาน Freelance ก็ยังทำให้เราสามารถจัดการเวลาของตัวเองได้แบบที่เราต้องการ และไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานในออฟฟิศอีกต่อไป นั่นจึงเป็นช่องทางทำเงินด้วยงาน Freelance ผ่านสมาร์ทโฟนของเรา โดยเราสามารถที่จะเข้าไปรับงานดูแลเพจ เว็บไซต์ คอยอัพรูปสร้างความเคลื่อนไหวให้กับธุรกิจต่าง ๆ ถ้าขยัน ๆ หน่อยรายได้ต่อเดือนนี่แทนงานประจำได้เลยนะ

ทำวิดีโอคอนเทนต์สร้างชื่อและเงิน

อย่างที่เราจะเห็นว่าในตอนนี้มีทั้งเน็ตไอดอลและ YouTuber หลายคนออกมาทำวิดีโอ อัดคลิปรายการ ผ่านทางสื่อออนไลน์ที่เราใช้ ๆ กันอยู่มากมาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว คนพวกนั้นก็ใช้เพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว กับความคิดสร้างสรรค์มารวมกันเท่านั้น ก็สามารถสร้างรายได้ที่มากมายได้แล้ว ซึ่งในเริ่มต้นเราสามารถที่จะศึกษาผ่านรูปแบบวิดีโอคอนเทนต์ที่มีคนอื่นทำไว้แล้ว จากนั้นเราก็ลองนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสิ่งที่เราชอบหรือถนัด อย่างเช่นการทำอาหาร ทำวิดีโอขำ ๆ สนุก ๆ หรือจะเป็นแคสเกมส์ก็น่าสนใจไม่น้อย
ทั้งหมดที่ว่ามานั้น เป็นแนวทางการสร้างรายได้ที่ดีได้โดยการใช้แค่สมาร์ทโฟนที่เรามีอยู่เท่านั้น สำหรับใครที่กำลังสนใจจะทำเงินด้วยโทรศัพท์ ก็ลองเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากกลุ่มคนที่ทำงานนี้อยู่แล้วได้เลย รับรองเลยว่าจะต้องทั้งสนุกและเป็นการสร้างรายได้ที่คุณต้องชอบอย่างแน่นอน

 

การดูแลรักษาลำโพงในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แฟนไอทีไม่ควรพลาด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในความสามารถที่เป็นตัวชูโรงของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตต่างเอามาโฆษณา เพื่อดึงดูดผู้บริโภคอย่างเราก็คือเรื่องของระบบเสียง หรือลำโพงที่ติดมากับ Gadget หรืออุปกรณ์ไอทีอย่างสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ นั่นหมายความว่าเจ้าลำโพงนั้นมีความสำคัญ มากกว่าอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่ขยายเสียงให้ดัง

เรามาลองดูกันดีกว่าว่าลำโพงที่ติดมากับอุปกรณ์เหล่านั้น จะมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร และเรื่องราวที่น่าสนใจอะไรบ้าง

หลีกเลี่ยงการเปิดเสียงดังมากจนเกินไป

ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาทางโทรศัพท์หรือการรับฟังเพลง ชมวิดีโอและความบันเทิงอื่น ๆ ด้วยการเปิดเสียงให้ดังแบบสุด ๆ จะเป็นการช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชม และการรับฟังเสียงที่ชัดเจนได้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เราเปิดเสียงลำโพงดังจนถึงขีดสุดนั้น เป็นการใช้งานลำโพงที่ผิด และจะยิ่งทำให้อายุการใช้งานลำโพงสั้นลง แถมยังเป็นการทำร้ายหูของตัวผู้ฟังอย่างเราเองอีกด้วย ทางที่ดีก็ควรที่จะลดระดับความดังลงมาหน่อยให้ไม่เกินที่ระดับ 85%  ก็จะช่วยให้ลำโพงมีอายุการใช้งานที่นานขึ้นได้มากเลยล่ะ

การใช้งานเป็นเวลานานเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของลำโพง

ยิ่งในกรณีที่คนที่ชอบการรับชมวิดีโอ หรือภาพยนต์บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็จะยิ่งต้องมีการใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างแน่นอน ซึ่งการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นาน ๆ จะก่อให้เกิดความร้อนสะสมในอุปกรณ์ โดยเฉพาะลำโพงที่ติดมากับเครื่อง ความร้อนที่เกิดขึ้น จะทำให้ลำโพงเสียงแตกง่ายและพังไว ถ้าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ให้หาหูฟังแยกเฉพาะมาใส่แทน เพื่อลดการใช้งานลำโพงที่ติดมากับตัวเครื่อง เพราะว่าหูฟังจะมีประสิทธิภาพ และความทนทานต่อความร้อนที่มากกว่าด้วย

ห้ามทำความสะอาดลำโพงด้วยน้ำอย่างเด็ดขาด

แน่นอนว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อใช้งานไปนานเข้า ก็จะต้องมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้ามาติดอยู่เป็นคราบ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสิ่งไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ หลายคนมักเลือกที่จะนำน้ำยาทำความสะอาดมาถู หรือล้างบริเวณรอบ ๆ ลำโพง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่แนะนำให้ทำอย่างเด็ดขาด เพราะต่อให้ลำโพงเป็นสิ่งที่ติดอยู่ภายนอกอุปกรณ์ แต่ก็ยังถือเป็นหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำานด้วยไฟฟ้าและแม่เหล็ก ซึ่งไม่ถูกกันกับน้ำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าต้องการที่จะทำความสะอาด ก็ควรที่จะเลือกใช้ผ้าแห้งค่อย ๆ เช็ดทำจะดีกว่า และควรหมั่นเช็ดบ่อย ๆ เพื่อให้สิ่งสกปรกไม่เป็นคราบฝังแน่น จนทำความสะอาดลำบาก

พอได้รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปครั้งหน้าก็ไม่ต้องห่วงว่าลำโพงของเราจะพังหรือเสียเร็วอีกต่อไปแล้วล่ะ แล้วอย่างไรก็อย่าลืมเอาความรู้ดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้กันด้วยนะ