Latest Posts

การออกแบบบ้านให้ล้ำยุค เฟอร์นิเจอร์นับร้อย แต่มีพื้นที่เหลือเฝือ

                เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของทุกบ้าน มีไว้เพื่อใช้งานและสร้างความสะดวกสบายต่าง ๆ แต่ยิ่งมีมากเท่าไร พื้นที่ของบ้านก็จะมีน้อยลงไปทุกที บางบ้านถึงกับไม่มีที่จะเดิน ถูกรายล้อมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์มากมาย ทั้ง ๆ ที่บางสิ่งเราใช้งานแค่ชั่วคราว แต่กลับกินพื้นที่บ้านของเราอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เก็บบ้านดีแค่ไหน แต่เราคงไม่สามารถนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักของบ้านออกไปได้แน่ ๆ รวมไปถึงปัญหายิบย่อยที่เหมือนจะเล็กแต่ก็ไม่เล็ก นั่นก็คือเรื่องความสกปรกและสัตว์น่ารังเกียจมากมายที่จะเข้ามาทำรัง เนื่องจากหลายครั้งที่เราไม่สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม เพราะมีเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้บังอยู่ และตามซอกมุมของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้เหมาะกับการเป็นที่ซ่อนของสัตว์เหล่านี้ได้ สิ่งที่เราทำได้คือแต่หาทางรับมือพวกสัตว์ และทำความสะอาดให้ดีเท่าที่จะทำได้ แต่เราไม่สามารถป้องกันมันได้

ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่พื้นที่บ้านที่เล็กไป แต่มันคือการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือเลือกที่จะนำออกมาใช้ตามเวลาที่ต้องการ แน่นอนว่าด้วยน้ำหนัก และลักษณะของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำการจัดเก็บได้เหมือนอุปกรณ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเตียง โต๊ะ ตู้ ชั้นวางของ หรือบันใด

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราสามารถใช้จัดเก็บเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ได้เหมือนกับอุปกรณ์เล็ก ๆ ชิ้นอื่น ๆ เช่นเครื่องตัดหญ้า กรรไกร หรือไม้ถูพื้นที่เรานำมาใช้งานแค่ตอนที่ใช้งาน จากนั้นสามารถเก็บให้เป็นที่เป็นทางได้โดยที่บ้านไม่รก คงจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องผู้ที่บ้าน และความสกปรกได้

เฟอร์นิเจอร์เปลี่ยนร่าง เพื่อความสะดวกและสะอาด

หลายท่านที่ได้ติดตามเรื่องราวของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจจะเคยได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกใหม่ โดยการรวมความสามารถของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไว้ในอันเดียว เช่นเตียงนอนที่สามารถเปิดช่องด้านล่างออกมาเป็นที่วางรองเท้าได้ ด้านข้างสามารถยืดออกให้กลายเป็นโต๊ะทำงาน ยืดส่วนด้านปลายเตียงออกให้กลายเป็นโซฟาได้ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้เริ่มมีการออกมาขายกันจริง ๆ และถือเป็นก้าวแรกของการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น

นอกจากจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่รวมหลายอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ยังมีวิศวกรที่เริ่มคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และลองปรับใช้กับบ้านของตัวเองดู ไม่ว่าจะเป็นบันไดที่มีกลไกในการขยับเข้าออก เมื่อต้องการจะใช้ก็สามารถกดปุ่มเพื่อให้บันไดคลี่ตัวออกมา เมื่อขึ้นหรือลงเสร็จแล้ว สามารถกดให้วงจรทำงานพับบันไดให้ติดกับกำแพงได้ หรือจะเป็นเก้าอี้ไม้ที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงให้กลายเป็นแผ่นไม้ที่สามารถแขวนไว้เหมือนของตกแต่งได้ ทำให้บ้านทั้งมีเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครัน ไม่กินพื้นที่บ้าน และสามารถทำความสะอาดได้อย่างดาย

คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ในลักษณะที่ทั้งสามารถใช้งานได้มากกว่าหนึ่งอย่าง หรือสามารถจัดเก็บได้หลังจากงานเสร็จออกมาวางขายในท้องตลาดจริง ๆ คงจะเป็นที่น่าจับตามองและน่าสนใจไม่น้อย

 

ลดความอ้วนโดยไม่ต้องกินยาอีกต่อไป ใช้แค่ส้อมกับแอปพลิเคชันก็เพียงพอ

เป็นปัญหาโลกแตกที่สามารถแก้ไขได้ลำบากอย่างมาก สำหรับปัญหาความอ้วนของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกคน แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เกิดมาแล้วอ้วนตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการกินมากเกินไป จนมีไขมันไปอุดตันจำนวนมาก ทำให้กลายเป็นไขมันสะสมส่วนเกินที่แสดงออกมา ในกรณีของการกินอาหารเกินจำเป็นและไม่ถูกโภชนาการ สาเหตุที่ทำให้กินเยอะเกินไปอาจเกิดจากการที่ไม่รู้ปริมาณอาหารต่าง ๆ ที่กินเข้าไปในแต่ละวัน รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่เร็วเกินไป

หลายคนมองเห็นถึงปัญหาเรื่องพฤติกรรมการกินต่าง ๆ เหล่านี้ จึงได้พัฒนาเครื่องมือการรายงานต่าง ๆ ให้แก่คนเหล่านี้ ในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการนับแคลอรี่ของอาหารที่กินไปแต่ละมื้อ สารอาหารที่จะได้รับ แม้กระทั่งจับจังหวะการเต้นของหัวใจ ระยะทางในการวิ่ง จำนวนก้าวที่เดินในแต่ละวัน และการกำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ถือเป็นตัวเก็บข้อมูลเรื่องสุขภาพที่ดี ทำให้การดูแลสุขภาพนั้นง่ายขึ้น แต่ในด้านของการใช้งานจริง การวัดผลหรือเก็บข้อมูลแบบนี้อาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควรนัก

ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องอาหารและสุขภาพไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่ได้ทำการพัฒนาอุปกรณ์ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาโรคอ้วนได้ตรงจุด และใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น HapiFork จะเป็นอุปกรณ์ติดบ้านและเป็นของใกล้ตัวที่จะสามารถใช้งานได้ดีกับคนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความอ้วน HapiFork เป็นส้อมชนิดพิเศษที่ทำการเก็บข้อมูลการกินลงไปในหน่วยย่อยและเป็นรูปธรรมมากขึ้น นั่นคือการเก็บข้อมูลจำนวนคำที่กินในแต่ละครั้ง รวมไปถึงการสั่นเตือนทุกครั้งที่ผู้ใช้งานมีความเร็วในการกินมากเกินไป เนื่องจากว่ากระเพาะคนเราจะทำการสั่งงานว่าอิ่มนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 20 นาที ในการประมวลผล และส่งให้ร่างกายให้รู้ว่าอิ่ม ซึ่งถ้าเรากินเยอะ กว่าที่กระเพาะจะทำการสั่งการ มีสิทธิ์อย่างมากที่จะอาหารส่วนเกินมากไป

แน่นอนว่ารายละเอียดการเก็บข้อมูลต่าง ๆ จะถูกจัดเก็บไว้ในแอปพลิเคชันเฉพาะ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับ HapiFork ระบบการนับจำนวนคำในแต่ละครั้งคือการที่ปากของผู้ใช้งานสัมผัสกับวงจรของส้อม ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นจะถูกส่งไปในแอปพลิเคชันทันที โดยการเชื่อมต่อ Bluetooh หรือ Micro USB ยิ่งไปกว่านั้น HapiFork ยังสร้างจากวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้เหมือนอุปกรณ์ครัวทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือน้ำยาล้างจานแบบปกติ จึงหมดห่วงเรื่องของการทำความสะอาดไปได้เลย

เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในทุกด้าน และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้ผลที่สุดในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ใช่เกิดจากยาลดน้ำหนัก แต่เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของเราทุกด้าน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ทุกอย่างง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วอยู่ที่คุณเองที่จะต้องลงมือทำอย่างจริงจัง

 

ต้นแบบจากญี่ปุ่น ประเทศแห่งการพัฒนา สู่หมอนนอนได้ทุกที่

                การงีบหรือการนอนพักเป็นเวลาสั้น ๆ นั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายและสมองกลับมาสดชื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านการใช้งานที่หนักหน่วงจนเหนื่อยล้า การพักแค่ 15-20 นาทีที่มีคุณภาพ สามารถส่งผลดีได้มากกว่าการนอนอย่างไร้คุณภาพเป็นชั่วโมง หลายบริษัทเริ่มมีการปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัท โดยการให้มีเวลาที่จะพักผ่อนได้หลังจากกินข้าวกลางวันกันเสร็จ เพื่อให้ทั้งร่างกายและสมองได้รับการพักผ่อน และได้คุณภาพงานที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่การงีบให้ได้คุณภาพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่สามารถงีบได้ทุกที่ เนื่องจากความไม่สะดวกสบายของสถานที่ แสงไฟ และท่าทางการนอนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เราไม่สามารถงีบได้อย่างสบายและมีคุณภาพ

ถ้านึกถึงการนอน แน่นอนว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือหมอนนิ่ม ๆ สบาย ๆ แต่เราก็ไม่สามารถพกหมอนไปนอนได้ทุกที่ จึงได้มีการพัฒนาหมอนรูปแบบพิเศษที่ชื่อว่า King Eye Mask Napping Pillow อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นทั้งหมอนและผ้าปิดตาไปในตัว มีลักษณะเป็นที่ปิดหน้าสองฝั่ง ด้านนึงใหญ่ด้านนึงเล็ก และมีความนุ่มอย่างมาก โดยต้นแบบของหมอนนี้มาจากการฝึกทำสมาธิของชาวญี่ปุ่นที่เรียกว่า Inemori โดยมีลักษณะเป็นการนอนทำสมาธิ หมอนใบนี้จึงไม่ได้มีดีแค่ไว้สำหรับการงีบ แต่สามารถป้องกันแสงได้โดยใช้ฝั่งด้านเล็ก และด้านใหญ่อีกด้านมีไว้สำหรับการรองรับส่วนของคอ ตอนที่ผู้ใช้กำลังเอนตัวงีบ โดยมีการออกแบบให้ปรับสภาพสรีระของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ส่วนเล็กไม่ได้ใช้แค่เพื่อปิดตาเท่านั้น แต่มันยังมีคุณสมบัติคล้ายกับหมอนใบใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถงีบแบบเอาหน้ามอบลงไปที่โต๊ะได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องเอาแขนมารองให้แขนชา และไม่สบายหัวอีกด้วย จากการคิดค้นทั้งเนื้อเบาะของหมอน และการออกแบบรูปร่างของตัวหมอน ส่งผลให้การงีบโดยใช้หมอนใบนี้นั้นมีคุณภาพ และสามารถที่จะนอนท่าไหนก็ได้ หมอนใบนี้รองรับทุกท่าในการนอน รวมไปถึงกันแสงที่จะเข้ามารบกวนได้ ตัวสายที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนที่เล็กและใหญ่สามารถยืดหดได้ ให้เหมาะกับขนาดหน้าของทุกคน ขนาดเล็กกระทัดรัด สามารถพกพาไปได้ทุกที่

หลายคนที่กำลังมองหาวิธีการผ่อนคลายอย่างได้คุณภาพ King Eye Mask Napping Pillow เป็นทางออกที่ดี ความสามารถสองอย่างในหนึ่งชิ้น และทำได้ดีทั้งสองอย่าง ราคาอยู่ที่ 39 เหรียญสหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 1,365 บาทเท่านั้น ถือว่าอยู่ในราคาที่พอรับไหว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าลองและมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการความสบายและการพักผ่อนระยะเวลาสั้น ๆ

 

ไม่ง้อเครื่องเล่นเกมหรือคอมพิวเตอร์สเปคแพง ๆ อีกต่อไป เมื่อเกมที่ชอบถูกย่อลงมาในมือถือ

                เป็นกระแสอย่างมากสำหรับเกม Identity V ซึ่ง เป็นเกมที่ช่วยกันเอาชีวิตรอดจากฆาตกรที่กำลังตามล่าเราอยู่ หลายคนเรียกเกมนี้ว่า Dead by Daylight บนมือถือ เหตุผลที่เป็นอย่างนั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นลักษณะการเล่นของตัวเกม คอนเซ็ปต์ต่าง ๆ ของเกม ระบบการเล่น กฎกติกาการแพ้ชนะ ทั้งหมดคล้ายคลึงกับเกม Dead by Daylight ที่เป็นเกมออนไลน์กราฟิกสวยบนคอมพิวเตอร์เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

แน่นอนว่าเป็นผลดีอย่างมากสำหรับเกมเมอร์งบน้อยทุกคน ที่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคอยนั่งดูแต่สตรีมเมอร์เล่นเกมให้ดู แต่สามารถโหลดมาเล่นฟรี ๆ เองได้ในมือถือ ในอีกด้านหนึ่งสำหรับวงการเกมคอมพิวเตอร์แล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างมาก เนื่องจากในตอนนี้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสามารถเล่นเกมเกือบจะทุกเกมของคอมพิวเตอร์ได้แล้ว รวมไปถึงเรื่องของความสะดวกสบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องที่เล่น หรือสถานที่ ถือว่าได้เปรียบกว่าทุกอย่าง

ในยุครุ่งเรื่องของเกมคอมพิวเตอร์นั้น นับว่าเป็นปรากฎการณ์ได้เลยทีเดียว ที่เด็กไทยวัยรุ่นประมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ให้ความสนใจกับการเล่นเกมคอมพ์เป็นอย่างมาก ธุรกิจร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ตโตได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนกลายเป็นตัวกลางที่สามารถทำได้เกือบทุกอย่างภายในเครื่องเดียว รวมไปถึงการเล่นเกม ในช่วงแรกที่สมาร์ทโฟนเริ่มทำเกมขึ้นมา ก็เป็นเกมที่ใช้พื้นที่น้อย กราฟิกปานกลาง แต่น่าสนใจด้วยวิธีการเล่นต่าง ๆ เพราะว่าระบบหรือเทคโนโลยีในสมัยนั้นยังไม่มีความสามารถพอที่จะทำระบบเกมใหญ่ ๆ กราฟิกสวย ๆ หรือวิธีการเล่นต่าง ๆ ซับซ้อนได้เหมือนคอมพิวเตอร์ แต่ในตอนนี้มีสัญญาณมากมายที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้น สมาร์ทโฟนสมัยนี้ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับระบบกราฟิกที่สูงมาก ราวกับใช้ unreal-engine เหมือนกับในคอมพิวเตอร์

สัญญาณที่เห็นได้ชัดเลยเช่น เกมที่เป็นกระแสดังมากอยู่ช่วงหนึ่งในประเทศไทย ทำให้ผู้หญิงมาเล่นเกมได้ นั่นคือเกม ROV เกม Moba หรือตีป้อมที่ดังที่สุด ซึ่งมีวิธีเล่น กฎกติกา กราฟิกไม่แพ้พวก Dota หรือ League of Legend ที่เป็นเกมประเภท Moba ในคอมพิวเตอร์เลย อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นในช่วงนี้เลยคือเกม PUBG หรือ Player Unknown Battle Ground เกมเอาชีวิตรอดแบบ third-person-shooting ที่โด่งดังมากในคอมพิวเตอร์ แต่ตอนนี้ก็มีให้ดาวน์โหลดฟรีทั้ง App store และ Play store แล้ว

แน่นอนว่าในอนาคตอาจจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีของมือถือให้รองรับภาพกราฟิก หรือระบบการเล่นของเครื่องเล่นเกมประเภท console ได้ ซึ่งอาจจะมีคุณภาพภาพแบบ 4k หรือ รายละเอียดภาพต่าง ๆ ในตอนนี้เริ่มจะมีเกมที่แปลงมาจากเกม console ลงในมือถือมากมายเช่นกัน แต่อาจจะยังทำได้ไม่ดีพอในตอนนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตอุตสาหกรรมเกมคอมพิวเตอร์ หรือเกม console อาจจะต้องตายไปก็เป็นได้

 

ตัวหมากเดินเองได้ รูปแบบการเล่นหมากรุกด้วยเทคโนโลยีที่คุณต้องลอง  

                หมากรุกเป็นเกมกระดานที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถูกพัฒนาขึ้นมาจนมีกฎการเล่นแบบปัจจุบันนี้ หมากรุกถูกแบ่งออกไปหลายประเภท เช่น หมากรุกไทยและหมากรุกสากล ซึ่งมีกฎที่เหมือนกันส่วนใหญ่ จะมีแค่ความสามารถบางตัวที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าเกมกระดานจำเป็นต้องเล่นกันบนกระดาน ไม่ว่าจะเป็นกระดานไม้หรือกระดาษ ผู้เล่นทั้งสองคนจะต้องอยู่ที่เดียวกัน และเล่นบนกระดานเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้มีการพัฒนาหมากรุกขึ้นมาเป็นเกมที่สามารถเล่นกันบนคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นถึงสองคน เพราะการเล่นหมากรุกในคอมพิวเตอร์นั้นมีโหมดให้เลือกเล่น เราสามารถเล่นกับคอมพิวเตอร์ก็ได้ หรือเลือกที่จะเล่นกับผู้เล่นคนอื่นก็ได้ ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

แต่ในตอนนี้มีการยกระดับการเล่นหมากรุกขึ้นอีกขั้นกับเครื่องเล่นหมากรุกที่มีชื่อว่า The Square Off kingdom set กระดานหมากรุกยุค 4.0 แบบอัจฉริยะ สามารถเคลื่อนไหวตัวหมากได้เอง และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนได้ โดยที่จะเล่นกับ AI ก็ได้ หรือจะเล่นกับผู้เล่นที่อยู่ที่ไหนก็ได้ อีกหนึ่งการพัฒนาที่น่าจับตามองของเซียนหมากรุกทุกคน

การทำงานของกระดานหมากรุกอัจฉริยะมีทั้งหมด 3 แบบ

1.การเล่นแบบผู้เล่นกับบอร์ด หรือหมายถึงกับหมากรุกบนกระดานกับ AI ซึ่งผู้เล่นสามารถขยับตัวหมากได้ตามต้องการ จากนั้น AI จะทำการขยับตัวหมากบนกระดานโดยอัตโนมัติ ราวกับมีผู้เล่นอีกฝั่งกำลังเลื่อนตัวหมากนั้นอยู่จริง ๆ

2.การเล่นแบบแอปพลิเคชันกับบอร์ด กระดานหมากรุกอัจฉริยะนี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอปพลิเคชันที่มีมาให้ และให้ผู้เล่นสามารถเล่นผ่านแอปพลิเคชันได้ หมากทุกตัวที่ผู้เล่นเคลื่อนที่ในแอปพลิเคชัน มันก็จะเคลื่อนที่บนตารางจริงเช่นกัน จึงสามารถเล่นกับผู้เล่นอีกคนได้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน แค่มีแอปพลิเคชันตัวนี้ก็เพียงพอ

3.การเล่นแบบแอปพลิเคชันกับแอปพลิเคชัน ถ้าผู้เล่นทั้งสองไม่มีกระดานนี้อยู่ ก็สามารถกันผ่านแอปพลิเคชันได้เลย

ความน่าตื่นตาตื่นใจของกระดานอัจฉริยะอันนี้ คือการเคลื่อนที่ได้เองโดยที่ไม่ต้องมีคนมาเคลื่อนที่ตัวหมาก หรือคนเคลื่อนที่ตัวหมากจะทำการควบคุมการเคลื่อนที่ของหมากได้จากระยะไกล โดยการใช้ระบบเซ็นเซอร์และแรงแม่เหล็กในตัวกระดานให้สามารถเคลื่อนที่ตามการควบคุมจากแอปพลิเคชันได้ ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นหมากรุกให้สมจริงขึ้น รวมไปถึงเพิ่มความสะดวกสบายในการเล่นอีกด้วย

สำหรับผู้มีใจรักในการเล่นหมากรุก หรืออยากเล่นหมากรุกกับเพื่อน ๆ แต่อยู่ไกลกัน สามารถร่นระยะทางได้โดยใช้เครื่องเล่นหมากรุก Square off ได้ การเล่นหมากรุกจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ อีกต่อไป

 

หมดปัญหาการเคลื่อนย้ายเครื่องดนตรีที่ลำบาก ด้วยการเล่นดนตรีบนผ้าใบ

นักดนตรีทุกคนเข้าใจดี การเคลื่อนย้ายเครื่องดนตรีไปสถานที่ต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร เนื่องจากเครื่องดนตรีนั้นมีส่วนประกอบอยู่มากมายหลายชิ้น นอกจากจะมีปัญหาเรื่องการขนย้าย ยังอาจจะให้มีความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ จะเสียหายอีกด้วย ถ้าเป็นเครื่องดนตรีประเภทกีต้าร์หรือเบส อาจจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ อย่างมากก็มีแค่เอฟเฟ็คนิดหน่อย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ แต่ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือกลองและคีย์บอร์ด แน่นอนว่ากลองเป็นเครื่องดนตรีที่มีส่วนประกอบและชิ้นส่วนต่าง ๆ เยอะมาก และคีย์บอร์ดเป็นเครื่องดนตรีที่ไม่สามารถถอดประกอบได้ จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปเป็นชิ้นเดียว ซึ่งเปียโนไฟฟ้าหรือคีย์บอร์ดนั้นก็มีน้ำหนักมาก

จึงมีการพัฒนารูปแบบเครื่องดนตรีที่ต้องการจะเคลื่อนย้ายเหล่านี้ ให้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนก็ได้ สะดวก มีน้ำหนักที่เบามาก และราคาถูก นั่นก็คือกลองและคีย์บอร์ดผ้าใบนั่นเอง หลายคนที่เกิดในช่วงปี 90 อาจจะคุ้นเคยกับเกมเต้นที่ใช้ผ้าใบ ที่แถมมาเป็นปุ่มกดแทนจอยเกม เพื่อให้ผู้เล่นได้รับอรรถรสใหม่ในการเล่นเกม และเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย

ซึ่งแผ่นผ้าใบเต้นนั้น มีลักษณะคล้ายกับเครื่องดนตรีบนผ้าใบเป็นอย่างมาก การทำงานของเครื่องดนตรีผ้าใบนี้จะใช้ระบบการสัมผัส ถ้าเป็นกลอง ในหน้าผ้าใบก็จะมีลักษณะเป็นรูปกลองโดยมีส่วนประกอบครบถ้วน ซึ่งถ้าผู้เล่นตีไปตรงรูปภาพของชิ้นส่วนใด เสียงที่ออกมาก็จะเป็นตามชิ้นส่วนนั้น เช่นการตีที่รูปแฉ เสียงที่ออกมาจะเป็นเสียงแฉ หรือการตีที่กลองสแนร์ เสียงก็จะออกมาเป็นกลองสแนร์ รวมไปถึงเปียโนผ้าใบที่ใช้ระบบแบบเดียวกัน

เครื่องดนตรีลักษณะนี้สามารถแก้ปัญหาการเครื่องย้าย หรือพื้นที่ในการเล่นได้ดีมาก เนื่องจากผ้าใบมีน้ำหนักที่เบามาก และไม่ได้ใช้พื้นที่เท่ากับเครื่องดนตรีจริง แต่ในอีกมุมนึงที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ก็คือเรื่องของสัมผัสต่าง ๆ การเล่นดนตรีนั้น สัมผัสและน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เพลงออกมามีมิติมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องดนตรีเหล่านี้มีการถูกโปรแกรมเสียงเอาไว้ และมีสามารถปรับดังเบาที่ที volume เท่านั้น ซึ่งการลงน้ำหนักของนักดนตรีนั้นจะไม่มีผลสักเท่าไรกับเครื่องดนตรีแบบนี้ รวมไปถึงความถนัดในการเล่นก็มีผลอีกด้วย

ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้จริงจังกับการเล่นดนตรีสักเท่าไร แต่ต้องการพกพาไปเล่นเวลาไปเที่ยว หรือใช้ในการฝึกเล่นดนตรีประเภทนั้น ๆ เราไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องจริง ๆ มาก็ได้ แต่ใช้เครื่องดนตรีแบบนี้แทน เพื่อดูว่าเราชอบมันหรือไม่ หรือสำหรับคนที่ไม่ได้กังวลเรี่องน้ำหนัก หรือสัมผัสนักก็สามารถใช้ได้ แต่สำหรับคนที่จริงจังในการซ้อม หรือเรื่องของสัมผัสมาก ๆ อยากแนะนำให้เล่นเครื่องดนตรีจริง ๆ มากกว่า เพราะในตอนนี้เครื่องดนตรีแบบนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาครอบคลุมได้มากพอ

 

ไม่ใช่แค่จินตนาการอีกต่อไป ชุด Iron Man ในชีวิตจริง

                Iron Man เป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยชุดเกราะสุดเท่ห์ที่สามารถบินได้และปล่อยพลังสู้กับเหล่าร้ายได้ ฟังดูแล้วมันคงเป็นได้แค่การ์ตูนที่สร้างความสนุกกับทุกคนเท่านั้น การที่มนุษย์คนนึงจะสามารถบินได้เหมือน Iron Man นั้นคงเป็นเรื่องยาก แต่ความคิดนี้ถูกหักล้างไปทันทีเมื่อล่าสุดมีผู้ที่สามารถคิดค้นชุดสูทเครื่อง jet ที่ทำให้ผู้สวมใส่สามารถบินได้เหมือนกับกำลังชุดเกราะของ Iron Man ขึ้นมาได้สำเร็จ

โครงการนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ของ Richard Browning ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้ถูกใช้ชื่อว่า Gravity นับว่าเป็นการนำเอาเทคโนโลยีเก่ามาปรับปรุง และพัฒนาต่อจนทำให้สิ่งที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การทำงานของชุด Gravity นี้จะมีเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็กทั้งหมด 5 เครื่อง ซึ่งจะมีหนึ่งเครื่องอยู่ด้านหลังเป็นตัวปล่อยไอพ่นให้เราสามารถลอยจากพื้นได้ และอีก 4 เครื่องที่ถูกแบ่งไว้ข้างละสองเครื่องที่แขนทั้งสองข้าง เพื่อใช้ในการควบคุมทิศทางจากการหักองศาของมือ ซึ่งเครื่อง Gravity นี้สามารถบินได้นานสุดกว่า 9 นาทีต่อครั้ง มีการเติมเชื้อเพลิงโดยจะถูกเก็บไว้ที่เครื่องด้านหลัง สามารถบินได้สูงถึง 12,000 ฟุต ด้วยความเร็ว 32 mph (Mile per hour) หรือไมล์ต่อชั่วโมง ตัวของชุดทั้งหมดโดยรวมเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็ก 5 ตัวแล้ว ไม่รวมการเติมเชื้อเพลิง มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 27 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างมีน้ำหนักอยู่เหมือนกัน

แน่นอนว่าถึงจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจและตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่คุ้นเคย จึงจำเป็นต้องมีการฝึกฝนอย่างจริงจัง ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้ขึ้นบินจริงได้ เหมือนกับการเล่นสเก็ตบอร์ดหรือโรลเลอร์เบลด ที่เราจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญและฝึกฝนอย่างหนัก จนสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย ซึ่ง Gravity นั้นมีรูปแบบการให้ฝึกและทดลองการใช้จริงโดยการนำเทคโนโลยี Visual Reality หรือ VR เข้ามาช่วย

ล้ำหน้าไปไกล กับประสบการณ์ใส่ชุด Gravity แบบจำลอง

                ชุด Gravity นั้นให้ซื้อจริงได้แล้วที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยราคา 445,000 ดอลลาร์ หรือแปลงเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 14,871,900 บาทไทย เป็นราคาที่สูงสมกับความสามารถของชุดนี้ แต่อย่างที่กล่าวไปว่าไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถใช้งานชุดนี้ได้ ถ้าไม่ได้มีการฝึกฝนที่ดีจนเชี่ยวชาญพอ เนื่องด้วยเรื่องของความปลอดภัย และการใช้งานที่ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องมีการฝึกใช้งานจนเชี่ยวชาญก่อน ทางบริษัทจึงได้พัฒนา VR สำหรับจำลองสถานการณ์การใส่ชุดนี้ เหมือนกับผู้ใช้งานกำลังใส่ชุดนี้บินอยู่เหนือพื้นดินจริง ๆ

โดยจะแทนเครื่องยนต์ที่ปล่อยไอพ่นควบคุมทิศทางด้วยรีโมทของ VR และใส่แว่น VR เพื่อมาเห็นวิสัยทัศน์จริง ๆ ตอนที่ได้ใส่ชุดนี้ นอกจากจะเป็นการฝึกความเคยชินในการบังคับชุดนี้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการได้ให้ลองสินค้าโดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อไปใช้จริงก็ได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจให้กับลูกค้าที่กำลังสนใจจะซื้อ

ซึ่งตอนนี้มีสินค้าอยู่  9 ชิ้นที่ทำมาเพื่อปล่อยขายจริงแล้ว เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีและกล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำไม่ได้ หลังจากนี้อาจจะมีการพัฒนาให้สามารถใช้พลังงานได้น้อยลง น้ำหนักของชุดที่น้อยลง และมีความปลอดภัยในการใช้งานได้มากขึ้น นี่อาจจะเป็นอีกสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถเปลี่ยนโลกและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ในอนาคตที่เราจะต้องคอยติดตามกันต่อไป

 

นวัตกรรมเพื่อการวิ่งที่แท้จริง GlideBike จักรยานไร้น้ำหนักสำหรับผู้ป่วยและคนชรา

หลายคนชอบออกกำลังโดยการวิ่งเป็นประจำ การวิ่งถือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้บริหารกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมไปถึงเรื่องของหัวใจ แต่แน่นอนว่าวิธีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บต่าง ๆ หรือคนชรา เนื่องจากการวิ่งนั้นไม่ใช่แค่การออกแรงเท่านั้น แต่มันคือการรับน้ำหนักตัวทั้งหมดด้วย ยิ่งเป็นผู้ที่บาดเจ็บ หรือคนชราที่เข่าและขาไม่ดีด้วยแล้ว การออกกำลังกายนี้จะไม่เป็นผลดีกับพวกเขาเลย

มีคนจำนวนมากมายที่รักในการวิ่ง แต่ต้องจบลงเพราะอาการบาดเจ็บ หรืออายุที่มากขึ้นจนไม่สามารถวิ่งได้ GlideBike จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งความหวังให้แก่คนเหล่านี้ ที่จะสามารถกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง แม้เขาจะบาดเจ็บหรือชราแล้วก็ตาม GlideBike เป็นจักรยานไร้น้ำหนัก ที่มีรูปทรงเหมือนจักรยานทั่วไป มีแฮนด์และล้อ แต่จะแตกต่างตรงที่ไม่มีที่ปั่นและมีโครงเหล็กครอบขึ้นมาด้านบนเหนือศีรษะ และเบาะจะถูกตั้งไว้ให้ในระดับที่ผู้ใช้งานสามารถเอาขาถึงพื้นได้ เนื่องจากไม่มีที่ปั่นเหมือนจักรยานทั่วไป การเคลื่อนที่จึงเป็นการให้ผู้ใช้งานเดิน หรือวิ่งไปเพื่อเคลื่อนที่ และควบคุมทิศทางโดยการใช้แฮนด์

ซึ่งตัวเบาะที่นั่งจะมีเชือกรับน้ำหนักที่ผูกติดกับโครงด้านบนของตัวจักรยาน เพื่อใช้ในการรับน้ำหนักตัวทั้งหมดของผู้ใช้งาน ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการแบกน้ำหนักตัว ที่จะส่งผลต่อขาหรือหัวเข่า เมื่อมีเบาะที่สามารถถ่ายน้ำหนักตัวได้หมดแล้ว การวิ่งหรือเดินทั้งจะใช้แค่การออกแรงเท่านั้น ไม่มีเรื่องการรับน้ำหนักตัว หรือแรงกระแทกที่มากเกินไป ทำให้ไม่มีผลต่อการบาดเจ็บใด ๆ ของผู้ใช้งาน และด้วยน้ำหนักที่เบา จึงสามารถพกพาไปไหนได้สะดวกและง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการถอดชิ้นส่วนออก หรือการประกอบกลับใหม่ก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก

นอกจากผลิตภัณฑ์ GlideBike แล้ว บริษัทยังมีการทำโปรดักส์ออกมาอีกหนึ่งตัวชื่อว่า GlideTrak เป็นเหมือนลู่วิ่งอัตโนมัติที่มีหลักการทำงานเหมือนกับ GlideBike นั่นคือการรองรับน้ำหนักตัวของผู้ใช้งาน และให้ผู้ใช้งานเดินบนสายพานที่หมุนไปแบบอัตโนมัติ ซึ่งนิยมใช้กันเพื่อเป็นการบำบัดผู้ป่วย และคนชราที่มีปัญหาเรื่องการเดิน รวมไปถึงเรื่องของกระดูกสันหลัง เนื่องจาก GlideTrak จะมีการรัดบริเวณช่วงตัวไว้กับเครื่อง เพื่อเป็นการควบคุมกระดูกสันหลังของผู้ใช้งาน ให้มีลักษณะที่ถูกต้องอีกด้วย ตัวอย่างผู้ใช้งานจะเป็นคนชราที่เดินหลังค่อม หรือคนที่ป่วยเป็นโรค Parkinson

เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยเหลือทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ ให้กับคนที่มีใจรักในการวิ่งที่ดี และมีราคาไม่แพงมากนัก สามารถนำไปแนะนำให้กับคนที่รอบตัวได้ เพื่อให้พวกเขามีสภาพร่างกายที่ดี และได้มีความสุขกับสิ่งที่เขารักต่อไป

 

จะเป็นอย่างไร ถ้าเราสามารถป้องกันผู้สูงอายุที่กำลังจะล้มได้ทันเวลา

เรื่องของสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เนื่องจากสภาพร่างกายที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพลง เมื่อเกิดความผิดปกติ หรือความเสียหายใด ๆ ขึ้น ก็ยากที่จะสามารถรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนปกติได้ ซึ่งเราสามารถดูแลสภาพร่างกายได้ โดยการให้ผู้สูงอายุทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ กิจกรรมเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อสภาพร่างกายของผู้สูงอายุอย่างมาก เป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ก็มี เช่น การเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เราไม่สามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้ว่าผู้สูงอายุจะเกิดอุบัติเหตุ จริงอยู่ที่เราอาจจะพอควบคุมได้บ้าง แต่ไม่ได้เสมอไปแน่นอน ส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุคือการล้ม ถือเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก เนื่องจากการล้มครั้งนึงของผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงอย่างมากที่อวัยวะหลายส่วนจะเสียหายอย่างหนัก

มีเครื่องมือมากมายที่ถูกผลิตออกมาเพื่อช่วยไม่ให้ผู้สูงอายุล้ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยพยุง หรือไม้ค้ำต่าง ๆ ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัว แต่แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าผู้สูงอายุจะไม่ล้ม และยังไม่มีอุปกรณ์ไหนที่จะสามารถป้องกันผู้สูงอายุเมื่อล้มลงไปแล้วได้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจมาก ถ้ามีอุปกรณ์ที่สามารถเซฟผู้สูงอายุเมื่อพวกท่านล้มลงไป แล้วป้องกันอวัยวะสำคัญ และลดแรงกระแทกต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ สามารถให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้มอีกต่อไป

Hip’s safe เข็มขัดนิรภัย ป้องกันการล้ม
เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ กับอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันผู้สูงอายุจากการหกล้ม ชื่อว่า Hip’s safe ลักษณะเป็นเข็มขัดที่คล้องรอบเอวของผู้สูงอายุไว้ โดยมีกลไกในการทำงานคือเมื่อเข็มขัดนี้ห่างจากพื้นประมาณ 400 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยกำลังล้ม และร่างกำลังจะกระแทกพื้น เข็มขัดจะทำงานโดยการดีด airbag ออกมาเป็นคลุมทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังของผู้สูงอายุก่อนที่จะกระแทกกับพื้น เพื่อป้องกันส่วนเอว และลดแรงกระแทกที่จะเกิดกับผู้สูงอายุ

ตัวเครื่องที่ยิง airbag ออกมาสามารถชาร์จไฟแล้วอยู่ได้ถึง 7 วัน สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ โดยการเอาพับ airbag ที่ดีดออกมา และใส่กลับเข้าไปใส่ในตัวเครื่องเพื่อใช้งานได้ จนกว่า airbag จะเสื่อมหรือแตกไป รวมไปถึงการออกแบบที่เรียบง่าย และสวมใส่ได้สบาย ๆ เหมาะกับผู้ป่วยทุกรูปร่าง ทุกอย่างถูกพิสูจน์ด้วยการทดลอง โดยการจำลองการล้มของผู้ป่วย ผลที่ได้คือสามารถใช้งานได้จริง ปล่อย airbag ได้ทันเวลา  รวมไปถึงการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
และคำนวนจากทีมผู้ผลิตที่ทำการวิจัยมาเป็นเวลากว่า 10 ปี
สำหรับใครที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านที่ยังสามารถเดินได้อยู่ และไม่ได้มีเวลาอยู่บ้านดูแลพวกท่านได้ตลอดเวลา สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนร่างกายได้รับบาดเจ็บด้วยการใช้ Hip’s safe เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้สูงอายุในครอบครัว

 

การสื่อสารไร้พรมแดน กับเครื่องแปลภาษาแบบ real-time อาวุธสำหรับเดินทางต่างแดน

                ภาษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้คนเราไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง แต่ละประเทศก็มีภาษาของตัวเอง หรืออาจจะใช้เหมือนกับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ แม้กระทั่งในประเทศเดียวกันเอง ยังมีบางพื้นที่ที่ใช้ภาษาของตัวเอง เหล่านี้เป็นเหมือนเส้นบาง ๆ ที่ทำให้คนต่างถิ่นไม่สามารถสื่อสารกันได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเดินทางไปต่างแดนและต้องขอความช่วยเหลือบางอย่าง แต่ไม่สามารถพูดกับใครได้เลย อาจจะมีหลายเสียงที่บอกว่าก่อนที่จะไปต่างแดน ควรศึกษาภาษาของประเทศที่จะไป หรือมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ในความจริงคือภาษาไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเข้าใจหรือสื่อสารได้เพียงไม่กี่วัน จำเป็นต้องใช้การเข้าใจในหลักการ การออกเสียง หรือความหมายต่าง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นบางประเทศก็ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ทุกครั้ง มีประเทศที่ไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ และเลือกที่จะใช้แต่ภาษาบ้านเกิดของตัวเอง จึงทำให้มีบริษัทมากมายพยายามที่แก้ไข้ปัญหานี้ โดยการทำ Dictionary ออนไลน์บนสมาร์ทโฟน หรือตัว translate ภาษาต่าง ๆ ขึ้นมา แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย แต่ตอนนี้ก็มีการพัฒนาขึ้นไปจนเรียกได้ว่าการทำงานค่อนข้างเสถียร ความหมายถูกต้อง และใช้เวลาไม่นานในการแปล จนออกมาเป็นสินค้ามากมายจากหลายแบรนด์

ความสามารถของวุ้นแปลภาษาในยุค 4.0

                แน่นอนว่าเครื่องแปลภาษาในปัจจุบันนั้น ประโยชน์หลักของมันคือการแปลภาษาให้คนที่ใช้ภาษาต่างกันเข้าใจกันได้ แต่ก็มีฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์และทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ touch screen เพื่อให้การตั้งค่าต่าง ๆ ง่ายขึ้น สามารถอ่านข้อมูลต่าง ๆ ผ่าน SD Card ได้ แสดงผลเป็นรูปภาพ หรือวีดีโอได้ บางรุ่นสามารถใช้งานได้แม้ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต การแปลเสียงที่ถูกบันทึกไว้แล้ว สำหรับคนที่มีไฟล์เสียงที่อัดมา ก็สามารถนำไฟล์เสียงนั้นเข้าเครื่องให้เครื่องช่วยแปลได้ การค้นหารูปภาพ เนื่องจากบางเครื่องมีจำนวนภาษาที่จำกัดอยู่ แต่เราสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการได้ ตัวเครื่องจะทำการแสดงผลที่เราค้นหาออกมาเป็นรูปภาพได้ แต่ในทางกลับกัน บางเครื่องมีความสามารถที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่ที่นอกเหนือจากระบบที่ตัวเองมีได้เลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ดีและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การจะวัดดวงไปต่างประเทศโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องภาษาที่สามารถใช้สื่อสารได้นั้น การมีเครื่องแปลภาษาแบบนี้สามารถช่วยได้อย่างมาก แต่เราก็ควรจะคำนึงสิ่งที่เราจะใช้งานจริงด้วย เนื่องจากยิ่งตัวเครื่องสามารถทำอะไรได้มากเท่าไร ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น เราจึงต้องพิจารณาว่าอันไหนเหมาะกับจุดประสงค์ของเราที่สุด แล้วเราก็จะได้เครื่องแปลภาษาที่มีประโยชน์กับเราจริง ๆ และราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจอีกด้วย