สิ่งประดิษฐ์

เครื่องพับผ้าอัตโนมัติเปลี่ยนแม่บ้านมือใหม่ให้เป็นแม่บ้านมืออาชีพ

แม่บ้าน หมายถึง คนที่ดูแลจัดการภายในบ้าน ส่วนใหญ่ในสังคมแม่บ้านคือ ภรรยาของพ่อบ้านนั่นเอง โดยแม่บ้านมักจะดูแลทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้าน ตั้งแต่ การจัดการในเรื่องความสะอาด ไปจนถึงการจัดการค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน แม่บ้านในปัจจุบันนี้นอกจากจะรับภาระภายในบ้านแล้วยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายภายในครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย หรืออาจจะเรียกได้ว่า แม่บ้านมีภาระความรับผิดชอบทั้งนอกบ้าน และในบ้าน งานหลัก ๆ ของแม่บ้านงานหนึ่ง ก็คือ งานซักผ้า รีดผ้าให้กับสมาชิกในครอบครัว การซักผ้าไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ เพราะทุกบ้านมีเครื่องซักผ้าที่มีความสะดวก และรวดเร็วในการใช้งานอยู่แล้ว สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นปัญหา และเสียเวลาอย่างมากสำหรับแม่บ้าน คือ การรีดผ้า และพับผ้า ส่วนใหญ่แม่บ้านใช้เวลาวันหยุดเกือบทั้งวันหมดไปกับการรีดผ้า และพับผ้า อีกทั้งผ้าที่รีดก็ไม่เรียบดังที่ตั้งใจไว้ เมื่อนำมาพับก็ยิ่งยับเพิ่มมากขึ้น หรือในขณะรีดอาจจะใช้ไฟแรงเกินไป ทำให้เกิดความเสียหายกับเสื้อผ้าได้ เช่น เสื้อผ้าขาด หรือเสื้อผ้าขึ้นเงา เป็นต้น ด้วยปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้แม่บ้านหลายคนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการจ้างร้านซัก รีดเสื้อผ้า หรือถ้ารีดเองก็อาจจะต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่เพื่อทดแทนเสื้อผ้าที่เสียหาย

นวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยแก้ไขปัญหาข้างต้นคือ เครื่องพับผ้าอัตโนมัติ อุปกรณ์นี้เหมาะอย่างมากสำหรับแม่บ้าน เพราะเครื่องพับผ้าอัตโนมัตินี้ช่วยเบาแรงของแม่บ้านได้อย่างมาก เครื่องนี้ทำได้ทั้งรีดผ้าให้เรียบ และพับผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนแม่บ้านมืออาชีพมาทำงานด้วยตัวเอง การทำงานก็ง่ายมาก เพียงแค่ซักผ้า และตากให้แห้ง จากนั้นน้ำเสื้อผ้าที่แห้งแล้วมาไป แขวนไว้กับไม้แขวนเสื้อของเครื่องพับผ้าอัตโนมัติ จากนั้นกดปุ่มให้เครื่องพับผ้าทำงาน เครื่องก็จะดูดเสื้อผ้าเข้าไปภายในตัวเครื่องจากนั้นก็จะทำการเช็คขนาด หรือรูปแบบของเสื้อผ้า เครื่องจะทำการอบไอน้ำเสื้อผ้าเพื่อลดกลิ่นอับ จากนั้นจะทำการรีดเสื้อผ้าให้เรียบ และพับเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เครื่องนี้สามารถพับผ้าได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กระโปรง เสื้อสูท ชุดเดรส และยังสามารถพับเสื้อผ้าได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ แบบไม่จำกัด ในอนาคตกำลังพัฒนานวัตกรรมของเครื่องพับผ้าอัตโนมัติให้สามารถพับ ผ้าขนหนู รวมไปถึงเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ เช่น ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดหน้า และถุงเท้า เป็นต้น ได้ เวลาในการพับผ้าแต่ละชิ้นประมาณ 40 วินาที เรียกได้ว่าประหยัดทั้งแรง และเวลาในการทำงานได้อย่างมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ขนาดของเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป และราคาไม่สูงมากนัก ทำให้เครื่องพับผ้าอัตโนมัติได้รับความนิยมอย่างมาก และมียอดการจองจำนวนมากจนผลิตไม่ทันเลยทีเดียว

สังคมยิ่งเจริญมากเท่าไหร่ ความสะดวกสบายก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เครื่องพับผ้าอัตโนมัติเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่รับรองได้เลยว่าต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นพ่อบ้าน หรือแม่บ้านก็สามารถซักผ้า รีดผ้า และพับผ้าได้เหมือนจ้างแม่บ้านมืออาชีพมาทำงานให้แบบฟรี ๆ

 

ห้องน้ำอัจฉริยะความสะดวกสบายสำหรับคนเทรนด์ใหม่

ห้องน้ำเป็นห้องที่ต้องมีอยู่ในทุกสถานที่ เพราะเป็นห้องที่ใช้สำหรับการดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล นั่นคือ ใช้ตั้งแต่การรักษาความสะอาดภายในร่างกาย ไปจนถึงการขับถ่ายของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกาย โดยส่วนใหญ่ห้องน้ำจะประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการดูแลสุขลักษณะส่วนตัว เช่น ฝักบัว อ่างอาบน้ำ สายชำระ โถส้วม อ่างล้างมือ และกระจก เป็นต้น ดังนั้นห้องน้ำที่สะอาด สวยงาม และมีความสะดวกสบายจึงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการ เพราะเป็นห้องที่ทุกคนต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ ทุกบ้าน และทุกสถานที่ จึงต้องการที่จะตกแต่งห้องน้ำให้ดูน่าเข้าไปใช้งาน และสะอาดอยู่เสมอ เช่น การแต่งห้องน้ำภายในห้างสรรพสินค้า ที่นอกจากจะเน้นความสะอาดแล้ว ยังสร้างจุดเด่นเฉพาะให้กับห้องน้ำแต่ละส่วนของห้าง เพราะมีความเชื่อว่าห้องน้ำจะสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้ามาใช้บริการของห้างสรรพสินค้าได้ หรือ ห้องน้ำภายในวัดที่สร้างให้สวยงาม มีการประดับตกแต่งมุมสำหรับถ่ายรูปให้กับคนที่มาใช้บริการ ทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดให้คนเข้ามาวัดเพิ่มขึ้น เป็นต้น ห้องน้ำที่น่าเข้านั้นนอกจากจะสวยงาม และสะอาดแล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ห้องน้ำอัจฉริยะ เป็นห้องน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเข้าห้องน้ำได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ อุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกภายในห้องน้ำ มีดังนี้

  1. โถส้วมแบบอัจฉริยะ ที่เน้นรูปแบบการทำงานที่สะดวกสบาย ตัวโถส้วมมีไฟหลากสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับห้องน้ำ มีลำโพงภายในตัวทำให้สามารถเปิดเพลงฟังขณะทำธุระส่วนตัวได้ โถส้วมอัจฉริยะสามารถสั่งการทำงานด้วยระบบเสียงได้ เช่น สั่งเปิด – ปิดเพลง หรือสั่งให้ทำความสะอาด เป็นต้น นอกจากนี้ฝารองนั่งสามารถเปิด – ปิดเองได้อัตโนมัติ โดยฝารองนั่งติดพัดลมกรองอากาศไว้ ขณะที่กำลังนั่งทำธุระส่วนตัวนั้นพัดลมจะทำงานและขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออก และฝารองนั่งยังสามารถปรับอุณหภูมิขณะใช้งานได้ เช่น เมื่ออากาศภายนอกหนาว ก็จะปรับให้อุ่นได้ เป็นต้น
  2. ก๊อกน้ำอัจฉริยะก็เป็นอีกความสะดวกสบายหนึ่งสำหรับห้องน้ำ เพราะก๊อกน้ำติดตั้งแผง Solar Cell ไว้บริเวณหัวก๊อก ทำให้ก๊อกน้ำสามารถผลิตไฟได้เองจากแสงของหลอดไฟภายในห้องน้ำ หรือแสงแดดจากภายนอก บริเวณตัวก๊อกจะมีเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับ เมื่อนำมือวางไว้บริเวณเซ็นเซอร์น้ำก็จะไหลออกมาอัตโนมัติ และจะหยุดทันทีเมื่อนำมือออก ถือเป็นเทคโนโลยีที่สะดวก และประหยัดพลังงานในเวลาเดียวกัน
  3. กระจกอัจฉริยะก็เป็นอีกนวัตกรรมที่จะทำให้ห้องน้ำน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น กระจกนี้สามารถปรับระดับแสงไฟได้ เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน เช่น ถ้าต้องการแต่งหน้าก็ใช้ไฟสว่าง หรือถ้าต้องการใช้ห้องน้ำทำธุระส่วนตัวก็ปรับให้ไฟมีระดับอบอุ่นน่าใช้งานได้ เป็นต้น ที่สำคัญกระจกอัจฉริยะสามารถเชื่อมต่อกับ Smart Phone เพื่อตั้งค่าโหมดการใช้งานเก็บไว้ได้ เมื่อต้องการใช้งานก็กดโหมดที่ต้องการได้ทันที กระจกสามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วยตนเอง จึงทำให้ไม่เกิดไอน้ำเกาะกระจกในขณะที่เปิดน้ำอุ่นอาบน้ำ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยทำให้ห้องน้ำน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอันใกล้จะมีนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับห้องน้ำอีกมากมาย ห้องน้ำจะกลายเป็นห้องที่น่าใช้งานอย่างมากไม่ต่างจากห้องอื่น ๆ ภายในบ้าน ในที่ทำงาน หรือในสถานที่อื่น ๆ

 

ปากกาเปลี่ยนสีได้ เครื่องเขียนแนวใหม่สำหรับคนรักสีสัน

ปากกาถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน เนื่องจากปากกาใช้ประโยชน์ได้มากมาย ตั้งแต่ เขียนหนังสือ วาดรูป สเก็ตภาพ และเซ็นชื่อ เป็นต้น สีของปากกาก็เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยเรียน ที่มักจะต้องใช้ปากกาหลากหลายสีเพื่อแบ่งแยกเนื้อหาในการเรียน เพื่อทำให้เข้าใจเนื้อหาในแต่ละส่วนได้ง่ายขึ้น และยังใช้สีสันในการเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนังสือ หรือตำราเรียนอีกด้วย นอกจากนี้สำหรับคนที่ชอบการวาดภาพปากกาหลากหลายสีก็มีความจำเป็น เพราะเหมือนเป็นการระบายสีให้กับภาพที่วาดมีความสวยงามเพิ่มมากขึ้น การที่ต้องใช้ปากกาหลากหลายสีทำให้ต้องพกพาปากกาหลายด้าม ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างมากในการพกพา เพราะปากกามีขนาดเล็ก และทรงกลม จึงอาจจะกลิ้งหล่น หายได้ง่าย ดังนั้น จึงมีการพัฒนาปากกาที่มีหลากหลายสีในหนึ่งด้าม เช่น ปากกาหนึ่งด้ามมี 4 สี หรือ 6 สี เป็นต้น แต่ปัญหาคือ ปากกาชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เทอะทะ และจับไม่ถนัดมือ และสีที่มีให้เลือกค่อนข้างน้อย ซึ่งมักจะเป็นสีหลัก ๆ ที่ใช้ เช่น น้ำเงิน ดำ เขียว แดง ทำให้ปากกาชนิดนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร

ด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทำให้เกิดนวัตกรรมปากกาเปลี่ยนสีได้ ปากกาชนิดนี้อาจจะเรียกว่าปากกาอัจฉริยะ (Smart Pen) เพราะปากกาด้ามนี้มีการบรรจุตลับหมึกแม่สีไว้ภายใน พร้อมกับเครื่องสแกนขนาดเล็ก การใช้งานก็ง่าย โดยนำปากกาไปสัมผัสกับวัตถุที่มีสี เมื่อเขียนออกมาก็จะมีสีเหมือนกับวัตถุที่ปากกาไปสัมผัส ทำให้ปากกาสามารถที่จะเปลี่ยนสีได้ง่ายเพียงแค่การสัมผัส ระบบเซ็นเซอร์ที่อยู่ภายในปากกาจะทำการผสมสีตามที่ต้องการ นั่นคือ ออกมาเป็นสีเดียวกับวัตถุที่เรานำปากกาไปสัมผัสอย่างไม่ผิดเพี้ยน เช่น ถ้าต้องการให้ปากกาเขียนออกมาเป็นสีเขียว ก็นำปากกาไปสัมผัสกับใบไม้ เพียงแค่นี้ปากกาก็จะเขียนออกมาเป็นสีเขียว หรือ ถ้าต้องการวาดรูปดอกกุหลาบสีแดง เพียงแค่นำปากกาไปสัมผัสที่กลีบดอกกุหลาบ รูปดอกกุหลาบที่วาดก็สีเหมือนต้นแบบเป๊ะอย่างแน่นอน เป็นต้น เมื่อเขียน หรือวาดด้วยปากกาเปลี่ยนสีได้แล้ว สีจะคงทน ไม่จาง แม้โดนน้ำ นอกจากนี้ปากกาเปลี่ยนสีได้ยังสามารถเชื่อมกับ Smart Phone ได้ทุกระบบปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มลูกเล่นในการทำงานได้ นั่นคือ สามารถที่จะเก็บ หรือบันทึกสีที่เคยใช้งานไว้ได้ เมื่อต้องการใช้งานก็สามารถเรียกสีที่เคยบันทึกไว้กลับมาใช้ได้ทันที ปากกาชนิดนี้ประหยัดพลังงานอย่างมาก สามารถใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในสังคมอย่างมาก ปากกาเปลี่ยนสีได้ ก็ถือเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่เพิ่มทางเลือกที่สะดวกสบายให้เพิ่มมากขึ้น สำหรับคนที่ต้องการหาปากกาคู่กายซักหนึ่งด้าม ปากกาเปลี่ยนสีได้ถือเป็นทางเลือกที่ดี และคุ้มค่าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ลูกบอลน้ำบรรจุภัณฑ์แนวใหม่สำหรับคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม

น้ำถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิต หรืออาจะบอกได้ว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าปราศจากน้ำ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดภายในร่างกาย น้ำช่วยในการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกาย ทำให้กระบวนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่ายกายทำงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยลำเลียงสารต่าง ๆ ภายในร่างกาย และช่วยขับของเสียต่าง ๆ ภายในร่างกายออกด้วยรูปแบบของปัสสาวะ และเหงื่อ ปกติทุกวันเราจะสูญเสียน้ำออกจากร่างกายประมาณ 2 – 3 ลิตร ดังนั้นกระบวนการภายในร่างกายจึงต้องแสวงหาน้ำเพื่อมาทดแทนน้ำที่สูญเสียไปด้วยการดื่ม หรือ กินอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ การดื่มน้ำเป็นวิธีการชดเชยน้ำที่สูญเสียไปได้ดีที่สุด เพราะเป็นการนำน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ปกติภาชนะที่ใช้ในการใส่น้ำก็คือขวดพลาสติก ขวดพลาสติกส่วนใหญ่ที่ใช้ทั่วไปเป็นขวดประเภทใช้แล้วทิ้ง จึงก่อให้เกิดปัญหาจากการมีขยะพลาสติกล้นโลก การย่อยสลายของพลาสติกนั้นก็ค่อนข้างยาก และใช้เวลานาน เวลาในการย่อยสลายตามปกติของขวด 1 ใบคือ 450 ปี ทำให้เกิดปัญหามลภาวะต่าง ๆ ตามมา ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นของขยะที่เกิดจากขวดพลาสติกมากขึ้น โดยพยายามหาบรรจุภัณฑ์ที่ทำการสังเคราะห์จากสิ่งธรรมชาติขึ้นมาทดแทน เพื่อให้ย่อยสลายได้ง่าย และไม่เกิดปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก

ลูกบอลน้ำ ถือเป็นทางออกใหม่สำหรับปัญหานี้ เพราะลูกบอลน้ำ ถูกผลิตมาให้ย่อยสลายได้ง่าย ลักษณะคือ เป็นลูกบอลกลม ๆ สีใสมีขนาดพอดีกับมือจับ ข้างในลูกบอลบรรจุน้ำสะอาดเอาไว้สำหรับดื่ม วิธีการดื่มคือ นำลูกบอลน้ำขึ้นมาดูดน้ำได้ทันที ตัวของลูกบอลก็สามารถที่จะกินได้ เพราะทำจากสาหร่ายธรรมชาติทำให้ลูกบอลน้ำนี้สามารถย่อยสลายได้ด้วยกระบวนการทำงานภายในร่างกาย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน สำหรับคนที่กินแค่น้ำไม่กินตัวลูกบอล แล้วนำไปทิ้ง ตัวลูกบอลก็สามารถย่อยสลายได้เอง ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ การดื่มน้ำจากลูกบอลน้ำนี้จะช่วยลดปริมาณขยะจากขวดพลาสติกลงได้อย่างมาก ลองคิดดูว่าในงานวิ่งมาราธอนหนึ่งงาน ถ้ามีคนร่วมวิ่งประมาณ 300 คน น้ำเป็นสิ่งของหลักที่ต้องแจกให้ทุกคน และแจกต่อคนประมาณ 2 – 3 ขวด เพราะยิ่งเสียเหงื่อมากยิ่งต้องดื่มน้ำมาก ดังนั้นอย่างน้อยต้องใช้น้ำที่บรรจุขวดพลาสติกประมาณ 1,000 ขวด ซึ่งสร้างปัญหาจากขยะพลาสติก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นแจกลูกบอลน้ำแทน ก็จะสามารถลดปัญหาดังกล่าวไปได้ ปัจจุบัน ลูกบอลน้ำกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้บรรจุน้ำได้มากขึ้น และทำให้ตัวลูกบอลมีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่แตกง่ายเมื่อถูกแรงกระแทก

ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่รักษ์โลก และต้องการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกให้ดีที่สุด ก็คือ การใช้ลูกบอลน้ำแทนการใช้ขวดน้ำพลาสติก เพียงแค่นี้โลกก็จะสวยงาม และน่าอยู่เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนอาศัยอยู่ในโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย

 

เคสมือถือผลิตกาแฟนวัตกรรมใหม่สำหรับคนรักกาแฟ

กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับคนส่วนใหญ่ ด้วยกลิ่นที่หอม รสชาติที่กลมกล่อม กาแฟสามารถดื่มได้ทั้งร้อน และเย็น กาแฟสามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นได้ เช่น นม โกโก้ และชา เป็นต้น เพื่อเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมมากขึ้นตามแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ประกอบกับประโยชน์ของกาแฟก็มีอยู่มากมาย เช่น ช่วยลดความเครียด กระตุ้นความจำ กระตุ้นการทำงานของการเผาผลาญ และปลุกความตื่นตัวให้กับผู้ดื่มในทันที เป็นต้น จากสาเหตุที่ได้กล่าวมาทั้งหมดทำให้กาแฟเข้าไปเป็นเครื่องดื่มในใจของคนได้ไม่ยาก หลาย ๆ คนต้องดื่มกาแฟทุกวัน มีร้านกาแฟเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ละร้านก็จะมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นตัวเลือกให้คนเลือกดื่ม คงจะเป็นการดี สำหรับคอกาแฟ ถ้าสามารถดื่มกาแฟได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่ใจต้องการ สามารถชงกาแฟได้ด้วยตัวเอง และได้ลิ้มรสชาติกาแฟที่ชื่นชอบ

เคสมือถือผลิตกาแฟถือเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของคอกาแฟ โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนทุกคน เป็นของจำเป็นที่ต้องมี ทำให้การพกพาโทรศัพท์มือถือไปในทุกที่ ทุกเวลากลายเป็นสิ่งปกติในชีวิตประจำวัน เคสมือถือก็เป็นสิ่งที่ใช้ในการปกป้องโทรศัพท์จากการตก ป้องกันรอยขีดข่วน และสิ่งสกปรกจากฝุ่นละอองทั้งหลาย ดังนั้น เมื่อมีโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะเห็นเคสโทรศัพท์มือถือเป็นของคู่กัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การดีไซน์ที่ลงตัว และความนิยมของกาแฟ ทำให้เกิดนวัตกรรมเคสมือถือผลิตกาแฟขึ้น เคสนี้ทำให้คนที่รักกาแฟ สามารถดื่มกาแฟได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องง้อร้านกาแฟ เคสดูภายนอกเหมือนเคสโทรศัพท์มือถือทั่วไป ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม เน้นความเรียบง่าย วัสดุของเคสโทรศัพท์มือถือทำจากวัสดุที่มีความทนทาน สามารถป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี และมีท่อส่งที่มีความปลอดภัยทนความร้อนได้มากเพื่อใช้ในการส่งกาแฟที่ชงเสร็จแล้วที่บรรจุอยู่ภายในเคสมาสู่แก้วกาแฟที่เตรียมไว้ โดยภายในตัวเคสจะบรรจุน้ำที่มีลักษณะเป็นแคปซูลที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับเคสเท่านั้น และเมล็ดกาแฟ ตามแต่ความชอบของแต่ละบุคคล จากนั้นการใช้งานต้องลงแอปพลิเคชันที่ถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะไว้ในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้การทำงานของเคสเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ถ้าต้องการชงกาแฟเพียงแค่กดปุ่มเริ่มการทำงานที่เคส เพื่อให้เคสเริ่มทำการชงกาแฟโดยใช้ความร้อนภายในแคปซูล ความร้อนอยู่ที่ประมาณ 50 – 60 องศาเซลเซียส เคสจะทำการชงกาแฟทันที เมื่อชงเสร็จปุ่มที่เคสก็จะเตือนให้ทราบด้วยการเปลี่ยนสี ให้เตรียมแก้วกาแฟไว้ใส่กาแฟพร้อมเสิร์ฟได้เลย ขนาดของกาแฟที่ได้คือ 1 Shot หรือ 25 – 30 มิลลิลิตร

เคสมือถือผลิตกาแฟถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักกาแฟ ทำให้สะดวก สบายมากขึ้น เพราะสามารถที่จะดื่มเครื่องดื่มที่ชื่นชมได้ตลอดเวลา ตามที่ใจต้องการ อีกทั้งรสชาติของกาแฟก็เลือกได้ด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่การหาชนิดของกาแฟที่ชื่นชอบ และปรุงกาแฟตามความชอบได้ในทันที

 

ลืมภาพจำรถเข็นสำหรับผู้พิการแบบเดิม ๆ ไปได้เลย

ในอดีตหลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับการเห็นผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง หรือเดินเองได้ไม่ค่อยสะดวก ถูกพามาในสถานที่ต่าง ๆ ด้วยการที่มีญาติหรือเพื่อนที่ทำหน้าที่เป็นคนเข็นรถให้นั่ง แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคนี้ทำให้ภาพจำเหล่านั้นอาจจะค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุด เพราะปัจจุบันได้มีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาพัฒนาให้รถเข็นสำหรับผู้พิการไม่ใช่รถเข็นธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็น Smart Wheelchair ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับผู้พิการ ที่สามารถทำงานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้มากขึ้น

Smart Wheelchair เป็นรถเข็นสำหรับผู้พิการที่นำเอาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่ต้องออกแรงมากเกินไปในการเคลื่อนตัวไปในที่ต่าง ๆ โดยระบบควบคุมอาจเป็นแบบปุ่มกด หรือ แบบ Joystick ที่มีไว้เพื่อควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของรถเข็น แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือต่อมาได้มีการนำเอาแอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ iOS หรือ ระบบ Android เข้ามาช่วยควบคุมการทำงานของล้อรถเพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก

หลักการทำงาน ของ Smart Wheelchair แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ  โดยส่วนที่หนึ่ง คือ ส่วนที่เป็นอุปกรณ์ (Hardware) อันประกอบด้วยรถเข็นสองล้อทั่วไปที่นำมาประกอบเข้าด้วยกันกับมอเตอร์ควบคุมการเคลื่อนที่ รวมทั้งบอร์ดควบคุมการทำงานของมอเตอร์นั้นด้วย และส่วนที่สอง คือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ที่คิดค้นขึ้นทั้งในระบบปฏิบัติการแบบ IOS และ ระบบ Android โดยเชื่อมต่อการทำงานของทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันผ่าน Bluetooth 

ด้วยระบบแอปพลิเคชันนี้ ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของ Smart Wheelchair ได้ใน 4 รูปแบบด้วยกัน อาทิ

  • ควบคุมด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ (Touchscreen)
  • ควบคุมด้วยหลักการ Accelerometer ที่สามารถบังคับทิศทางของล้อรถเข็นให้แสดงผลตามความลาดเอียงหรือการเบี่ยงซ้าย ขวา หน้า หลัง ตามตำแหน่งองศาความลาดเอียงของหน้าจอ Smartphone ได้
  • ควบคุมด้วยระบบคำสั่งงานด้วยเสียง โดยการตั้งค่าให้ Smartphone จดจำน้ำเสียงพูดของผู้ใช้งาน (Voice Recognition) แต่อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดทางด้านภาษา ผู้ใช้งานอาจจะต้องเรียนรู้ในการที่จะออกคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากเป็นภาษาที่แอปพลิเคชันสามารถรองรับได้ง่ายกว่าภาษาไทย
  • ควบคุมด้วยสายตา (Smart Wheelchair based on Eye Tracking) ภายใน Smart Wheelchair จะมีเครื่องมือที่ทำหน้าที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวดวงตาของผู้ใช้งาน เพื่อส่งข้อมูลประมวลผลไปยังส่วนควบคุมทิศทางของล้อรถให้เปลี่ยนทิศทางไปตามสายตาของผู้ใช้งาน

โดยรูปแบบแต่ละอันก็อาจมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและงบประมาณของผู้ใช้งานในแต่ละราย อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้งานแบบใด การคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมาก็เป็นประโยชน์มหาศาลต่อผู้ใช้งานที่อาจจะเป็นได้ทั้งผู้พิการหรือผู้สูงอายุให้มีทางเลือกในการที่จะดำรงชีวิตอยู่ภายในสังคมได้อย่างเท่าเทียมและมีความสุข ไม่ต้องรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นภาระของผู้อื่นมากจนเกินไป และเป็นการสนับสนุนให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญในการที่จะช่วยกันคิดค้นเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการในสังคมมากขึ้น

โลกเสมือนจริงที่เหมือนจนแทบแยกไม่ออก

“โลกเสมือนจริง” เป็นเทคโนโลยีที่มาแรงมากในโลกที่มีการแข่งขันกันพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมให้มีความพึงพอใจสูงสุด เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) หรือที่ได้ยินกันคุ้นหูว่า VR คือ การจำลองภาพของสิ่งแวดล้อมทั้งที่มีอยู่จริงบนโลก และสิ่งแวดล้อมที่ถูกจินตนาการขึ้นมารวมเข้าไว้ด้วยกันอยู่ในโลกจำลองโลกหนึ่ง โลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยนวัตกรรมของซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์ผสมผสานกับเทคโนโลยีภาพ 3 มิติ และวิดีโอ ผ่านการรับรู้ด้วยสัมผัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน การได้สัมผัส หรือการได้กลิ่น ซึ่งผู้ใช้งานจะเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่โลกความเป็นจริง โดยเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ คือ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ใช้งานมีความรู้สึกร่วมไปกับภาพจากโลกเสมือนจริงอย่างเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด มากจนแทบจะแยกไม่ออกว่าอันไหนโลกจริง อันไหนคือโลกที่ถูกสร้างขึ้นมา

อุปกรณ์จำเป็นเพื่อเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงมุ่งเน้นให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ความรู้สึกจากโลกที่ถูกจำลองขึ้นมาให้เหมือนกับว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ความรู้สึกต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน โดยอุปกรณ์ของ VR สามารถแบ่งแยกได้เป็น 2 ส่วน คือ “ส่วนแสดงภาพ” และส่วนที่เรียกว่า “แรงป้อนกลับ” ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ความรู้สึกจากการมีปฏิสัมพันธ์ของตนเองกับเหตุการณ์หรือสภาพแวดล้อมในโลกเสมือนจริงได้ โดยอุปกรณ์ส่วนแสดงภาพ ได้แก่อุปกรณ์ที่เรียกว่า จอภาพสวมศีรษะ (Head Mounted Display: HMD) อันประกอบไปด้วยหน้าจอมอนิเตอร์ที่ใช้แสดงภาพของโลกจำลองที่ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก ส่วนอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ส่งและรับแรงป้อนกลับ ได้แก่ ถุงมือ 3 มิติ เมาส์ 3 มิติ หรือคทา 3 มิติ เป็นต้น โดยอุปกรณ์พวกนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนจริงและช่วยให้รับรู้ถึงแรงป้อนกลับจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกเสมือนจริงได้ เช่น การออกแรงง้างลูกธนู และความสั่นสะเทือนที่เกิดจากการยิงลูกธนูออกไป เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ทั้ง 2 ส่วนนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ได้ทั้งแบบที่ใช้สายส่งข้อมูล และแบบไร้สาย

ประโยชน์จากการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้คนในสังคม เห็นได้จากการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดประยุกต์ใช้งานในหลากหลายด้าน ได้แก่

  • ด้านความบันเทิง สามารถนำเทคโนโลยี VR ไปเพิ่มความสนุกสนานและความสมจริงให้กับเรื่องราวในเกมได้
  • ด้านการแพทย์ ช่วยในเรื่องของการลดความผิดพลาดจากการวินิจฉัยโรค และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล หรือการจำลองการฝึกการผ่าตัดต่าง ๆ
  • ด้านการศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจในเรื่องที่เรียนได้อย่างลึกซึ้ง และสามารถฝึกหัดการใช้ทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง เช่น ทักษะการสนทนาภาษาอังกฤษ
  • ด้านการตลาด ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพของการบริการ อย่างเช่น การตกแต่งภายในเพื่อประกอบการตัดสินใจได้
  • ด้านการทหาร ช่วยจำลองการฝึกทักษะทางทหารในสถานการณ์จริงได้ รวมถึงจำลองการฝึกบินของทหารอากาศได้

ข้อจำกัดของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

แน่นอนว่าเทคโนโลยีทุกชนิดที่ถูกพัฒนาขึ้น ภายใต้ประโยชน์ที่มากมายมหาศาลก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีอยู่บ้าง ด้วยความที่เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์เพื่อผลิตภาพ 3 มิติที่มีความละเอียดและมีความสมจริงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างสูงสุด ส่งผลให้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ มีราคาแพงมาก หากเทียบกับกำลังซื้อของผู้ใช้งานทั่วไป อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างมีความสลับซับซ้อน บุคคลที่มีความรู้เพียงเบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อาจมีความรู้ไม่เพียงพอที่จะสามารถใช้งานอุปกรณ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้

นวัตกรรมเพื่อการวิ่งที่แท้จริง GlideBike จักรยานไร้น้ำหนักสำหรับผู้ป่วยและคนชรา

หลายคนชอบออกกำลังโดยการวิ่งเป็นประจำ การวิ่งถือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้บริหารกล้ามเนื้อหลายส่วน รวมไปถึงเรื่องของหัวใจ แต่แน่นอนว่าวิธีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บต่าง ๆ หรือคนชรา เนื่องจากการวิ่งนั้นไม่ใช่แค่การออกแรงเท่านั้น แต่มันคือการรับน้ำหนักตัวทั้งหมดด้วย ยิ่งเป็นผู้ที่บาดเจ็บ หรือคนชราที่เข่าและขาไม่ดีด้วยแล้ว การออกกำลังกายนี้จะไม่เป็นผลดีกับพวกเขาเลย

มีคนจำนวนมากมายที่รักในการวิ่ง แต่ต้องจบลงเพราะอาการบาดเจ็บ หรืออายุที่มากขึ้นจนไม่สามารถวิ่งได้ GlideBike จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งความหวังให้แก่คนเหล่านี้ ที่จะสามารถกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง แม้เขาจะบาดเจ็บหรือชราแล้วก็ตาม GlideBike เป็นจักรยานไร้น้ำหนัก ที่มีรูปทรงเหมือนจักรยานทั่วไป มีแฮนด์และล้อ แต่จะแตกต่างตรงที่ไม่มีที่ปั่นและมีโครงเหล็กครอบขึ้นมาด้านบนเหนือศีรษะ และเบาะจะถูกตั้งไว้ให้ในระดับที่ผู้ใช้งานสามารถเอาขาถึงพื้นได้ เนื่องจากไม่มีที่ปั่นเหมือนจักรยานทั่วไป การเคลื่อนที่จึงเป็นการให้ผู้ใช้งานเดิน หรือวิ่งไปเพื่อเคลื่อนที่ และควบคุมทิศทางโดยการใช้แฮนด์

ซึ่งตัวเบาะที่นั่งจะมีเชือกรับน้ำหนักที่ผูกติดกับโครงด้านบนของตัวจักรยาน เพื่อใช้ในการรับน้ำหนักตัวทั้งหมดของผู้ใช้งาน ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการแบกน้ำหนักตัว ที่จะส่งผลต่อขาหรือหัวเข่า เมื่อมีเบาะที่สามารถถ่ายน้ำหนักตัวได้หมดแล้ว การวิ่งหรือเดินทั้งจะใช้แค่การออกแรงเท่านั้น ไม่มีเรื่องการรับน้ำหนักตัว หรือแรงกระแทกที่มากเกินไป ทำให้ไม่มีผลต่อการบาดเจ็บใด ๆ ของผู้ใช้งาน และด้วยน้ำหนักที่เบา จึงสามารถพกพาไปไหนได้สะดวกและง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการถอดชิ้นส่วนออก หรือการประกอบกลับใหม่ก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก

นอกจากผลิตภัณฑ์ GlideBike แล้ว บริษัทยังมีการทำโปรดักส์ออกมาอีกหนึ่งตัวชื่อว่า GlideTrak เป็นเหมือนลู่วิ่งอัตโนมัติที่มีหลักการทำงานเหมือนกับ GlideBike นั่นคือการรองรับน้ำหนักตัวของผู้ใช้งาน และให้ผู้ใช้งานเดินบนสายพานที่หมุนไปแบบอัตโนมัติ ซึ่งนิยมใช้กันเพื่อเป็นการบำบัดผู้ป่วย และคนชราที่มีปัญหาเรื่องการเดิน รวมไปถึงเรื่องของกระดูกสันหลัง เนื่องจาก GlideTrak จะมีการรัดบริเวณช่วงตัวไว้กับเครื่อง เพื่อเป็นการควบคุมกระดูกสันหลังของผู้ใช้งาน ให้มีลักษณะที่ถูกต้องอีกด้วย ตัวอย่างผู้ใช้งานจะเป็นคนชราที่เดินหลังค่อม หรือคนที่ป่วยเป็นโรค Parkinson

เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยเหลือทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ ให้กับคนที่มีใจรักในการวิ่งที่ดี และมีราคาไม่แพงมากนัก สามารถนำไปแนะนำให้กับคนที่รอบตัวได้ เพื่อให้พวกเขามีสภาพร่างกายที่ดี และได้มีความสุขกับสิ่งที่เขารักต่อไป