วิถีชีวิต

จะดีกว่าไหมหากให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบ่งเบาภาระงานบ้านของคุณ

การทำงานที่ต้องเร่งรีบในแต่ละวัน ไหนจะเสียเวลาไปกับการเดินทางอันยาวนานด้วยการจราจรที่แน่นขนัดไปทุกเส้นทางในเมืองกรุง ส่งผลให้เมื่อกลับมาถึงบ้านแต่ละคนก็แทบจะหมดเรี่ยวหมดแรงไม่อยากที่จะต้องทำอะไรกันอีกแล้ว แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อยังมีงานบ้านที่รอให้สะสางอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า รีดผ้า หรืองานอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทำความสะอาดบ้าน เพราะสภาพวะแวดล้อมในเมืองช่างง่ายต่อการก่อให้เกิดมลพิษและฝุ่นตัวร้ายที่จะคอยคุกคามระบบทางเดินหายใจของคุณและคนที่คุณรัก ไม่ว่าอย่างไรการจัดการกับฝุ่นในบ้านจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ถ้าเป็นอย่างนั้นจะดีกว่าไหมหากมีเทคโนโลยีชนิดหนึ่งชนิดใดเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคุณแม่บ้านและคุณพ่อบ้านยุคใหม่ได้

หากนึกถึงอุปกรณ์ที่จะสามารถช่วยทุ่นแรงในการจัดการกับฝุ่นในบ้านโดยที่เราไม่ต้องลงมือลงแรงเลยแม้แต่นิดเดียว เชื่อว่า “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่คนในยุคที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดดจะนึกถึง ซึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้ค่อย ๆ ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 และยังคงถูกพัฒนาเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง

หากจะพูดถึงระบบการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ปัจจัยที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ระบบการนำทาง ที่เรียกว่า เทคโนโลยี Robot Vacuum Navigation System ซึ่งรูปแบบการทำงานหลัก ๆ ด้วยกัน 3 แบบ คือ

  1. การนำทางด้วยเซนเซอร์อินฟราเรด (Infrared Sensor) ที่จะยิงสัญญาณออกไปเพื่อหาพื้นที่ว่างในการเข้าไปทำความสะอาด ระบบนี้จะช่วยให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเคลื่อนออกมาจากบริเวณสิ่งที่มีวัตถุกีดขวางทางอยู่
  2. การใช้กล้องเพื่อสร้างแผนที่ในการนำทาง (Mapping Camera) ซึ่งเป็นกล้องชนิดเดียวกันกับที่ติดอยู่บนโทรศัพท์มือถือ
  3. การใช้ระบบเลเซอร์วัดระยะทาง (Laser Distance Sensor) ซึ่งเลเซอร์ที่ยิงออกมาเป็นชนิดที่ไม่มีอันตรายต่อมนุษย์ ยิงออกมาเพื่อหาว่ามีวัตถุรอบข้างอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ดีการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้อาจใช้รูปแบบการทำงานแต่ละแบบหรือใช้รูปแบบผสมก็ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละผู้ผลิต

5 ข้อควรพิจารณา เมื่อต้องตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

  1. รูปลักษณ์หรือรูปทรงภายนอก ควรพิจารณาเลือกซื้อให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ในบ้าน เพื่อให้การดูดฝุ่นเป็นไปด้วยความสะดวก โดยรูปทรงที่เป็นที่นิยม และมีให้เลือกในท้องตลาด ได้แก่ ทรงกลม ทรงเหลี่ยม และทรงครึ่งกลมครึ่งเหลี่ยม
  2. ความจุของแบตเตอรี่ หากต้องการระยะเวลาในการดูดฝุ่นนานก็ต้องเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีปริมาณความจุแบตเตอรี่มาก ๆ หรือการทำงานกินแบตเตอรี่ไม่มากเกินไปนัก ทางที่ดีควรมีระบบ Self-Charging Base เพื่อการชาร์จแบตอัตโนมัติให้ตัวเครื่องเพื่อพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ
  3. ขนาดกล่องสำหรับไว้ใส่ฝุ่นละออง ควรเลือกขนาดความจุที่เหมาะสมกับการใช้งาน แต่โดยทั่วไปความจุยิ่งมากก็ยิ่งดี เพื่อลดการเสียเวลาในการนำเศษขยะไปทิ้งบ่อย ๆ
  4. ระดับความดังของเสียงเครื่องยนต์ขณะทำงาน โดยทั่วไป เสียงเครื่องดูดฝุ่น (Vacuum Cleaner) จะส่งเสียงที่ระดับเสียงประมาณ 70 dB ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบการได้ยิน
  5. ฟีเจอร์เพิ่มเติม อื่น ๆ เช่น การตั้งเวลาปิด – เปิด  การใช้รีโมทควบคุมจากระยะไกล หรือ การสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน หรือการใช้กำแพงเสมือน (Virtual Wall) เพื่อป้องกันไม่ให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าไปทำงานในบริเวณที่คุณไม่ต้องการ เป็นต้น

ท่องโลกกว้างเพียงปลายนิ้วกับ Google Street View

ในโลกของการแข่งขันทุกวันนี้ เชื่อว่าใครหลาย ๆ คน อาจจะหมดเวลาไปกับการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและส่งเสียครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง ทุ่มเวลาไปกับการทำงานจนไม่มีแม้กระทั่งเวลาส่วนตัว แต่นั่นก็ไม่ใช่คนทั้งหมดของสังคมที่เป็นเช่นนั้น เพราะยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้จักจัดสรรเวลา สะสางการงานที่คั่งค้างเพื่อหาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจกับคนรักและครอบครัวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในสมัยนี้ เป็นเรื่องง่ายที่ต่อให้คนบ้างานขนาดไหนก็สามารถออกไปท่องโลกกว้างได้ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “Google Maps”

เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักหรือไม่เคยใช้ Google Maps แอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับนำทางซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในยุคโลกดิจิทัล แต่จะมีซักกี่คนที่ทราบว่านอกจากฟีเจอร์การระบุพิกัดตำแหน่งภูมิศาสตร์ การนำทาง และการบันทึกสถานที่ที่ไปเยือนมาแล้วนั้น สิ่งที่มีประโยชน์ไม่แพ้กันต่อนักท่องเที่ยวอีกฟีเจอร์หนึ่ง ก็คือ “Google Street View”

ฟีเจอร์ Google Street View ของ Google Maps ให้บริการภาพถ่ายพาโนรามามุมมอง 360 องศา ของสถานที่ที่ผู้ใช้งานสนใจ ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงให้บริการภาพถ่ายบนท้องถนนแต่ยังรวมไปถึงภาพถ่ายบนภูเขา ภาพถ่ายทั้งภายในและภายนอกอาคารของสถานที่สำคัญหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ในสนามกีฬา โดยข้อมูลภาพถ่ายที่เก็บได้จะถูกบันทึกผ่านกล้องถ่ายภาพที่ถูกติดตั้งไว้ที่รถยนต์เก็บข้อมูลของ Google Maps หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่น ๆ เช่น กระเป๋ากล้อง รถเข็นกล้อง หรือรถเลื่อนหิมะ เป็นต้น

เทคโนโลยี Google Street View ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.2007 โดยในระยะเริ่มแรกนั้นภาพถ่ายที่ให้บริการมีเพียงภาพถ่ายสองข้างทางของถนนหนทางต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น จนกระทั่งมีการขยายการเก็บฐานข้อมูลภาพถ่ายไปมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยรถยนต์ติดกล้องของ Google Maps เริ่มเก็บข้อมูลภาพถ่ายสำหรับทำเป็นฐานข้อมูล Street View ของประเทศไทยในปี ค.ศ.2011 เริ่มจากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายตามจังหวัดใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต จนในที่สุดประเทศไทยก็มีฐานข้อมูลภาพถ่าย Street View ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง Google Maps และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย

สำหรับใครหลายคนที่ไม่มีเวลาออกไปท่องเที่ยวด้วยตนเอง เทคโนโลยี Google Street View จาก Google Maps ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่จะทำให้เพื่อน ๆ ไม่พลาดความสวยงามของโลกใบนี้ แค่มีอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันนี้เชื่อมต่อกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็สามารถออกไปท่องโลกกว้างทั้งในและต่างประเทศได้แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส

การออกแบบบ้านให้ล้ำยุค เฟอร์นิเจอร์นับร้อย แต่มีพื้นที่เหลือเฝือ

                เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของทุกบ้าน มีไว้เพื่อใช้งานและสร้างความสะดวกสบายต่าง ๆ แต่ยิ่งมีมากเท่าไร พื้นที่ของบ้านก็จะมีน้อยลงไปทุกที บางบ้านถึงกับไม่มีที่จะเดิน ถูกรายล้อมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์มากมาย ทั้ง ๆ ที่บางสิ่งเราใช้งานแค่ชั่วคราว แต่กลับกินพื้นที่บ้านของเราอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เก็บบ้านดีแค่ไหน แต่เราคงไม่สามารถนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักของบ้านออกไปได้แน่ ๆ รวมไปถึงปัญหายิบย่อยที่เหมือนจะเล็กแต่ก็ไม่เล็ก นั่นก็คือเรื่องความสกปรกและสัตว์น่ารังเกียจมากมายที่จะเข้ามาทำรัง เนื่องจากหลายครั้งที่เราไม่สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม เพราะมีเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้บังอยู่ และตามซอกมุมของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้เหมาะกับการเป็นที่ซ่อนของสัตว์เหล่านี้ได้ สิ่งที่เราทำได้คือแต่หาทางรับมือพวกสัตว์ และทำความสะอาดให้ดีเท่าที่จะทำได้ แต่เราไม่สามารถป้องกันมันได้

ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่พื้นที่บ้านที่เล็กไป แต่มันคือการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือเลือกที่จะนำออกมาใช้ตามเวลาที่ต้องการ แน่นอนว่าด้วยน้ำหนัก และลักษณะของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำการจัดเก็บได้เหมือนอุปกรณ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเตียง โต๊ะ ตู้ ชั้นวางของ หรือบันใด

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราสามารถใช้จัดเก็บเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ได้เหมือนกับอุปกรณ์เล็ก ๆ ชิ้นอื่น ๆ เช่นเครื่องตัดหญ้า กรรไกร หรือไม้ถูพื้นที่เรานำมาใช้งานแค่ตอนที่ใช้งาน จากนั้นสามารถเก็บให้เป็นที่เป็นทางได้โดยที่บ้านไม่รก คงจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องผู้ที่บ้าน และความสกปรกได้

เฟอร์นิเจอร์เปลี่ยนร่าง เพื่อความสะดวกและสะอาด

หลายท่านที่ได้ติดตามเรื่องราวของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจจะเคยได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกใหม่ โดยการรวมความสามารถของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไว้ในอันเดียว เช่นเตียงนอนที่สามารถเปิดช่องด้านล่างออกมาเป็นที่วางรองเท้าได้ ด้านข้างสามารถยืดออกให้กลายเป็นโต๊ะทำงาน ยืดส่วนด้านปลายเตียงออกให้กลายเป็นโซฟาได้ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้เริ่มมีการออกมาขายกันจริง ๆ และถือเป็นก้าวแรกของการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น

นอกจากจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่รวมหลายอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ยังมีวิศวกรที่เริ่มคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และลองปรับใช้กับบ้านของตัวเองดู ไม่ว่าจะเป็นบันไดที่มีกลไกในการขยับเข้าออก เมื่อต้องการจะใช้ก็สามารถกดปุ่มเพื่อให้บันไดคลี่ตัวออกมา เมื่อขึ้นหรือลงเสร็จแล้ว สามารถกดให้วงจรทำงานพับบันไดให้ติดกับกำแพงได้ หรือจะเป็นเก้าอี้ไม้ที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงให้กลายเป็นแผ่นไม้ที่สามารถแขวนไว้เหมือนของตกแต่งได้ ทำให้บ้านทั้งมีเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครัน ไม่กินพื้นที่บ้าน และสามารถทำความสะอาดได้อย่างดาย

คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ในลักษณะที่ทั้งสามารถใช้งานได้มากกว่าหนึ่งอย่าง หรือสามารถจัดเก็บได้หลังจากงานเสร็จออกมาวางขายในท้องตลาดจริง ๆ คงจะเป็นที่น่าจับตามองและน่าสนใจไม่น้อย

 

ลดความอ้วนโดยไม่ต้องกินยาอีกต่อไป ใช้แค่ส้อมกับแอปพลิเคชันก็เพียงพอ

เป็นปัญหาโลกแตกที่สามารถแก้ไขได้ลำบากอย่างมาก สำหรับปัญหาความอ้วนของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกคน แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เกิดมาแล้วอ้วนตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการกินมากเกินไป จนมีไขมันไปอุดตันจำนวนมาก ทำให้กลายเป็นไขมันสะสมส่วนเกินที่แสดงออกมา ในกรณีของการกินอาหารเกินจำเป็นและไม่ถูกโภชนาการ สาเหตุที่ทำให้กินเยอะเกินไปอาจเกิดจากการที่ไม่รู้ปริมาณอาหารต่าง ๆ ที่กินเข้าไปในแต่ละวัน รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่เร็วเกินไป

หลายคนมองเห็นถึงปัญหาเรื่องพฤติกรรมการกินต่าง ๆ เหล่านี้ จึงได้พัฒนาเครื่องมือการรายงานต่าง ๆ ให้แก่คนเหล่านี้ ในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการนับแคลอรี่ของอาหารที่กินไปแต่ละมื้อ สารอาหารที่จะได้รับ แม้กระทั่งจับจังหวะการเต้นของหัวใจ ระยะทางในการวิ่ง จำนวนก้าวที่เดินในแต่ละวัน และการกำหนดเป้าหมายต่าง ๆ ถือเป็นตัวเก็บข้อมูลเรื่องสุขภาพที่ดี ทำให้การดูแลสุขภาพนั้นง่ายขึ้น แต่ในด้านของการใช้งานจริง การวัดผลหรือเก็บข้อมูลแบบนี้อาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควรนัก

ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องอาหารและสุขภาพไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่ได้ทำการพัฒนาอุปกรณ์ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาโรคอ้วนได้ตรงจุด และใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น HapiFork จะเป็นอุปกรณ์ติดบ้านและเป็นของใกล้ตัวที่จะสามารถใช้งานได้ดีกับคนที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความอ้วน HapiFork เป็นส้อมชนิดพิเศษที่ทำการเก็บข้อมูลการกินลงไปในหน่วยย่อยและเป็นรูปธรรมมากขึ้น นั่นคือการเก็บข้อมูลจำนวนคำที่กินในแต่ละครั้ง รวมไปถึงการสั่นเตือนทุกครั้งที่ผู้ใช้งานมีความเร็วในการกินมากเกินไป เนื่องจากว่ากระเพาะคนเราจะทำการสั่งงานว่าอิ่มนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 20 นาที ในการประมวลผล และส่งให้ร่างกายให้รู้ว่าอิ่ม ซึ่งถ้าเรากินเยอะ กว่าที่กระเพาะจะทำการสั่งการ มีสิทธิ์อย่างมากที่จะอาหารส่วนเกินมากไป

แน่นอนว่ารายละเอียดการเก็บข้อมูลต่าง ๆ จะถูกจัดเก็บไว้ในแอปพลิเคชันเฉพาะ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับ HapiFork ระบบการนับจำนวนคำในแต่ละครั้งคือการที่ปากของผู้ใช้งานสัมผัสกับวงจรของส้อม ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นจะถูกส่งไปในแอปพลิเคชันทันที โดยการเชื่อมต่อ Bluetooh หรือ Micro USB ยิ่งไปกว่านั้น HapiFork ยังสร้างจากวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้เหมือนอุปกรณ์ครัวทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือน้ำยาล้างจานแบบปกติ จึงหมดห่วงเรื่องของการทำความสะอาดไปได้เลย

เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในทุกด้าน และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้ผลที่สุดในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ใช่เกิดจากยาลดน้ำหนัก แต่เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของเราทุกด้าน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ทุกอย่างง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้วอยู่ที่คุณเองที่จะต้องลงมือทำอย่างจริงจัง

 

ต้นแบบจากญี่ปุ่น ประเทศแห่งการพัฒนา สู่หมอนนอนได้ทุกที่

                การงีบหรือการนอนพักเป็นเวลาสั้น ๆ นั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายและสมองกลับมาสดชื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านการใช้งานที่หนักหน่วงจนเหนื่อยล้า การพักแค่ 15-20 นาทีที่มีคุณภาพ สามารถส่งผลดีได้มากกว่าการนอนอย่างไร้คุณภาพเป็นชั่วโมง หลายบริษัทเริ่มมีการปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัท โดยการให้มีเวลาที่จะพักผ่อนได้หลังจากกินข้าวกลางวันกันเสร็จ เพื่อให้ทั้งร่างกายและสมองได้รับการพักผ่อน และได้คุณภาพงานที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่การงีบให้ได้คุณภาพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่สามารถงีบได้ทุกที่ เนื่องจากความไม่สะดวกสบายของสถานที่ แสงไฟ และท่าทางการนอนที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เราไม่สามารถงีบได้อย่างสบายและมีคุณภาพ

ถ้านึกถึงการนอน แน่นอนว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือหมอนนิ่ม ๆ สบาย ๆ แต่เราก็ไม่สามารถพกหมอนไปนอนได้ทุกที่ จึงได้มีการพัฒนาหมอนรูปแบบพิเศษที่ชื่อว่า King Eye Mask Napping Pillow อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นทั้งหมอนและผ้าปิดตาไปในตัว มีลักษณะเป็นที่ปิดหน้าสองฝั่ง ด้านนึงใหญ่ด้านนึงเล็ก และมีความนุ่มอย่างมาก โดยต้นแบบของหมอนนี้มาจากการฝึกทำสมาธิของชาวญี่ปุ่นที่เรียกว่า Inemori โดยมีลักษณะเป็นการนอนทำสมาธิ หมอนใบนี้จึงไม่ได้มีดีแค่ไว้สำหรับการงีบ แต่สามารถป้องกันแสงได้โดยใช้ฝั่งด้านเล็ก และด้านใหญ่อีกด้านมีไว้สำหรับการรองรับส่วนของคอ ตอนที่ผู้ใช้กำลังเอนตัวงีบ โดยมีการออกแบบให้ปรับสภาพสรีระของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ส่วนเล็กไม่ได้ใช้แค่เพื่อปิดตาเท่านั้น แต่มันยังมีคุณสมบัติคล้ายกับหมอนใบใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถงีบแบบเอาหน้ามอบลงไปที่โต๊ะได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องเอาแขนมารองให้แขนชา และไม่สบายหัวอีกด้วย จากการคิดค้นทั้งเนื้อเบาะของหมอน และการออกแบบรูปร่างของตัวหมอน ส่งผลให้การงีบโดยใช้หมอนใบนี้นั้นมีคุณภาพ และสามารถที่จะนอนท่าไหนก็ได้ หมอนใบนี้รองรับทุกท่าในการนอน รวมไปถึงกันแสงที่จะเข้ามารบกวนได้ ตัวสายที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนที่เล็กและใหญ่สามารถยืดหดได้ ให้เหมาะกับขนาดหน้าของทุกคน ขนาดเล็กกระทัดรัด สามารถพกพาไปได้ทุกที่

หลายคนที่กำลังมองหาวิธีการผ่อนคลายอย่างได้คุณภาพ King Eye Mask Napping Pillow เป็นทางออกที่ดี ความสามารถสองอย่างในหนึ่งชิ้น และทำได้ดีทั้งสองอย่าง ราคาอยู่ที่ 39 เหรียญสหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 1,365 บาทเท่านั้น ถือว่าอยู่ในราคาที่พอรับไหว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าลองและมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการความสบายและการพักผ่อนระยะเวลาสั้น ๆ

 

เมื่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายผสานเข้ากับเทคโนโลยี

ในช่วงเวลานี้คงไม่มีเทรนด์อะไรที่มาแรง และได้รับความนิยม มากไปกว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกายของคนในยุคนี้อีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ก็จะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันออกกำลังกาย รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และใส่ใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากวิธีการดูแลสุขภาพที่บอกไปนั้น รู้หรือไม่ว่าก็ยังได้มีการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการออกกำลังกายด้วย เรามาลองดูว่าประโยชน์ต่อสุขภาพจากเทคโนโลยีนั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย

จากที่เราจะเห็นได้ว่ามีคนที่นำเอาเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือตัววัดการใช้พลังงานของร่างกาย มาเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการออกกำลังกาย ซึ่งขอบอกเลยว่าถ้าหากคุณนั้นได้ลองใช้ดูบ้าง จะเห็นได้เลยว่าการนำเอาเทคโนโลยีการตรวจวัดอัตราต่าง ๆ เข้ามาใช้จะช่วยทำให้การออกกำลังกายของคุณประสบผลสำเร็จมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ก็จะรู้ได้ว่าใช้พลังงานไปเท่าไร ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการวางแผนดูแลตัวเองได้อีกด้วย

  1. เพิ่มความสุขในการออกกำลังกาย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไม่มีความสุข หรือไม่สนุกเวลาที่ออกกำลังกาย ก็เป็นเพราะว่าผลสำเร็จจากการออกกำลังนั้นต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างสนุกมากขึ้น อย่างเช่นการสร้างกลุ่มคนรักกีฬาประเภทเดียวกันบน Social Media หรือจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันออกกำลังเพื่อ Challenge ตัวเอง ก็จะทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการดูแลตัวเองได้มาก และไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

  1. เทคโนโลยีเป็นได้ทั้งโค้ชและหมอส่วนตัว

หากเราลองเข้าไปค้นหาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสุขภาพใน Store ดู ก็จะเห็นได้ว่ามีแอปมากมายที่เราสามารถโหลดมาใช้ได้แบบฟรี ๆ ซึ่งนอกจากจะนำมาใช้ในการออกกำลังกายให้ได้ผลดีแล้ว ก็ยังมีแอปที่สามารถช่วยให้การออกกำลังของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ด้วย แถมเรายังสามารถที่จะจดบันทึกข้อมูลสุขภาพลงไป แล้วให้โปรแกรมวิเคราะห์ได้ด้วย เรียกได้ว่าเพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ก็เป็นไปทั้งโค้ชออกกำลังกายและคุณหมอส่วนตัวได้เลยนะเนี่ย

เพราะว่าการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสิ่งที่คนทุกคนควรให้ความสำคัญ แต่เพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้นกว่าเดิม การเลือกเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมไปกับสุขภาพ ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลตัวเองของเราดียิ่งขึ้น ว่าแล้วเราก็หยิบสมาร์ทโฟนของเราขึ้นมาแล้วไปออกกำลังกายกันเลยดีกว่า

 

ข้อสังเกตว่าคุณเป็นคนติดเทคโนโลยีมากแค่ไหน

ถ้าจะให้พูดกันจริง ๆ แล้ว จะถือได้ว่าการใช้ชีวิตของเราทุกวันนี้นั้น ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ทั้งการทำงาน ติดต่อสื่อสาร หรือความบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ หรือเรียกได้เลยว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไร ต่างก็ต้องใช้และพึ่งพาเทคโนโลยีไปเสียทั้งหมด ซึ่งสิ่งนั้นเองที่ทำให้เราอาจกลายมาเป็นคนที่ติดเทคโนโลยีได้ แต่ก่อนที่เราจะมาดูว่าเรานั้นเข้าขั้นติดการใช้งานเทคฯ มากแค่ไหน ลองมาดูผลเสียที่จะเกิดขึ้นกันก่อนเลย

ผลเสียถ้าหากว่าคุณติดการใช้งานเทคโนโลยีมากเกินไป

หากว่าเราใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากคนที่เป็นผู้ใช้ กลายมาเป็นคนที่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยีได้ ด้วยสาเหตุเพราะว่าเทคโนโลยีนั้น เป็นสิ่งที่มอบทั้งความสะดวกสบายและความรวดเร็วใจการใช้ชีวิต ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็สบายไปเสียทุกอย่าง จนทำให้เราติดความสบายมากจนเกินไป แน่นอนว่ายังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของตัวเราเองอีกด้วย นั่นหมายความว่าการใช้งานเทคโนโลยีให้พอดี คือสิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ ว่าแล้วก็ลองมาสำรวจดูกันว่าคุณนั้นเป็นคนที่ติดเทคโนโลยีมากแค่ไหนกันดีกว่า

ดูจากสิ่งแรกที่คุณทำหลังจากตื่นนอนใหม่ ๆ

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่พอตื่นนอนตอนเช้ามาแล้ว ก็จะต้องจับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมา เพื่อเข้าไปเช็คสถานะและความเคลื่อนไหวของ Feed ข่าวใน Social Media มากกว่าการลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์เพื่อดูข่าวจริง ๆ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังเข่าสู่การติดสื่อสังคมออนไลน์ระยะแรกแล้ว เพราะในการใช้ชีวิตแต่ละวันของคนเราสิ่งที่เราทำในตอนเช้าหลังตื่นนอน คือตัวบอกความสนใจในชีวิตได้เป็นอย่างดี

ในหนึ่งวันคุณอยู่ที่หน้าจอมากแค่ไหน

ลองไม่นับเวลาทำงานที่คุณจะต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน ให้คุณลองนับดูว่าเราใช้เวลาในหนึ่งวันไปกับการดูจอโทรศัพท์ หรือ Laptop มากแค่ไหน ถ้าคิดเป็นเวลาส่วนใหญ่ใน 24 ชั่วโมงได้ นั่นก็แสดงว่าคุณติดอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินไป ต่อให้คุณจะใช้มันเพื่อทำอะไรก็ตาม ทางที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพ และปัญหาต่อดวงตาที่ตามมา ก็ลองลดเวลาให้น้อยลงมากกว่านี้ แล้วออกไปข้างนอกหาอะไรทำเพื่อตัวเอง ก็น่าจะดีไม่น้อยเลยนะ

เป็น Check List ที่คุณจะต้องรีบนำไปใช้ตรวจสอบตัวเองกัน ถ้าหากใครมีสักข้อสองข้องนี่ก็ต้องรีบแก้ไขตัวเองกันอย่างด่วนที่สุดเลยนะ จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาสุขภาพตามมาในอนาคต แถมยังช่วยให้เราอยู่อย่างมีความสุขและรักตัวเองได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย รู้แล้วก็รีบทำด้วยนะ

 

รวมเทคโนโลยีทำเงินที่มาแรงในยุคนี้

 

เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นไม่เคยมีการหยุดที่จะพัฒนา ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เราได้สามารถใช้ชีวิตกันอย่างสะดวกสบายมากขึ้นกว่าก่อน โดยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ต่างก็เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรา และหนึ่งในนั้นก็คือ การสร้างรายได้จากเทคโนโลยีที่พัฒนา และมีความแปลกใหม่ในการทำเงินจากเทคโนโลยี อย่างที่เราจะนำมาฝากกันในตอนนี้

ตลาดการลงทุนในเงินสกุลดิจิตอล

ด้วยการคิดค้นการจำลองเงินที่มีมูลค่า และอยู่ในรูปของข้อมูลของโปรแกรมเมอร์ ทำให้ได้พบกับการสร้างเงินสกุลดิจิตอลซึ่ งในปัจจุบันมีมากมายหลายสกุล แต่ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในบ้านเรามาก ๆ ก็เห็นจะเป็นเงินสกุล Bitcoin ซึ่งเป็นเงินที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการของตลาดการลงทุน ซึ่งในการลงทุนนั้นเราสามารถที่จะซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงิน Bitcoin ได้เหมือนกับการเทรดสินทรัพย์ที่เรารู้จักกันอย่างหุ้น หรือกองทุน และขอบอกเลยว่าการลงทุนนี้ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตกับมาผสมผสานกับการคิดคำนวณสมการทางคณิตศาสตร์ ได้อย่างลงตัวมากเลยทีเดียว ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปในกลุ่มนักลงทุนเพื่อศึกษาหาข้อมูลเพิ่มได้เลย

Forex ตลาดซื้อขายค่าเงินออนไลน์

มาต่อกันที่อีกหนึ่งเทคโนโลยีทำเงินที่เกี่ยวกับการลงทุนกันบ้าง นั่นก็คือการเทรดค่าเงินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ยูโร เงินเยน และเงินสกุลอื่น ๆ ซึ่งนักลงทุนสามารถที่จะเทรดค่าเงินนั้นได้ง่าย ๆ ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยที่ไม่ต้องติดต่อทำรายการซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ หรือเดินทางไปตลาดหุ้นให้ลำบาก และไม่เพียงแค่การเทรด Forex  เท่านั้นที่ทำได้บนสมาร์ทโฟน แต่ทุกวันนี้เราก็สามารถที่จะเทรดหุ้น ซื้อกองทุนผ่านทางระบบออนไลน์ได้หมดแล้ว

ซื้อขายออนไลน์ง่ายแค่ปลายนิ้ว

ทุกวันนี้เรียกได้ว่าเราสามารถที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปหาเลือกซื้อข้างนอกเลย เพียงแค่ไม่กี่คลิก เราก็สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แล้วสินค้านั้นก็จะถูกส่งตรงถึงหน้าบ้านของเราทันที และนั่นเองที่เป็นช่องทางการทำมาค้าขายของพ่อค้าแม่ค้า ที่ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะขายของได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีหน้าร้าน เพียงแค่มีสินค้าและใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสารเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ก็ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนไปได้มาก แถมยังสามารถใช้ Social Media เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นด้วย
ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์และมีความน่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเทคโนโลยีที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานี้เอง ถ้าใครสนใจเทคโนโลยีทำเงินนี้ ก็ลองเข้าไปดูและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วก็มาเริ่มสร้างรายได้ไปพร้อม ๆ กันเลย